คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2545 ฉบับเต็ม

#99616
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2301/2545 นางสุมาลี คุณพาณิชย์อนันต์ บริษัทแดวูพระราม 2 (1995) จำกัด กับพวก ป.วิ.พ. มาตรา 86 วรรคท้าย, มาตรา 87 (2) ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 86 วรรคท้าย ในกรณีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลจะสั่งให้นำพยานหลักฐานอื่นอันเกี่ยวกับประเด็นในคดีมาสืบเพิ่มเติมก็ได้ และแม้คู่ความจะมิได้ระบุพยานเพิ่มเติมศาลก็สามารถรับฟังพยานหลักฐานที่มีการสืบเพิ่มเติมนั้นได้เช่นกันตาม ป.วิ.พ.มาตรา 87 (2) การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ทำแผนที่วิวาท แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ลงชื่อรับรอง แต่จำเลยทั้งสองก็มิได้โต้แย้งว่าแผนที่วิวาทดังกล่าวไม่ถูกต้องอย่างไร ศาลชั้นต้นจึงรับฟังแผนที่วิวาทซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินทำขึ้นดังกล่าวประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนบ้านตึกแถวในส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์โดยปรับพื้นที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านและออกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ร่วมกันปลูกสร้างต่อเติมดัดแปลงตึกแถวรุกล้ำที่ดินของโจทก์ และไม่ได้ก่อสร้างพื้นคอนกรีตบนที่ดินของโจทก์ ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยก่อสร้างรุกล้ำเป็นที่ดินสาธารณะไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนแผ่นป้ายโฆษณาในส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ประมาณ ๑.๒ ถึง ๑.๕ เมตร ออกไป ห้ามจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนแผ่นป้ายส่วนที่รุกล้ำออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ... คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ศาลชั้นต้นจะรับฟังแผนที่วิวาทซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ได้ลงชื่อรับรองและโจทก์ไม่ได้ระบุพยานเพิ่มเติมประกอบพยานหลักฐานอื่นรวมทั้งข้อเท็จจริงจากการเดินเผชิญสืบได้หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ทำแผนที่วิวาทนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคท้าย ซึ่งบทมาตราดังกล่าวนี้ ศาลสามารถสั่งได้เองโดยไม่ต้องมีฝ่ายใดร้องขอ หรือจะสั่งตามที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอก็ได้ เมื่อศาลอนุญาตแล้ว แม้คู่ความจะมิได้ระบุพยานเพิ่มเติมศาลก็สามารถรับฟังพยานหลักฐานที่มีการสืบเพิ่มเติมนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ (๒) ส่วนพยานหลักฐานนั้นจะมีน้ำหนักรับฟังได้เพียงใดเป็นเรื่องของการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานสำหรับแผนที่วิวาทนั้นแม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ลงชื่อรับรอง แต่จำเลยทั้งสองก็มิได้โต้แย้งว่าแผนที่วิวาทดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับโฉนดที่ดินของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ทั้งสามแปลงอย่างไร ศาลชั้นต้นจึงรับฟังแผนที่วิวาทซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินทำขึ้นดังกล่าวประกอบพยานหลักฐานอื่นรวมทั้งข้อเท็จจริงจากการเดินเผชิญสืบได้ และศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยโดยอาศัยการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้จากการเดินเผชิญสืบและแผนที่วิวาทแล้วฟังว่าจำเลยทั้งสองสร้างแผ่นป้ายโฆษณารุกล้ำที่ดินพิพาทของโจทก์ มิใช่ฟังจากการเดินเผชิญสืบหรือแผนที่วิวาทเท่านั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. นายตุล เมฆยงค์ ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สมชัย เกษชุมพล-สุมิตร สุภาดุลย์) ศาลแพ่งธนบุรี - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์ ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99616
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054865"
    }
}
date
2545
deka_no
2301/2545
deka_running_no
2301
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 86 วรรคท้าย",
            "ม. 87 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "คุณพาณิชย์อนันต์",
        "name": "นางสุมาลี"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "บริษัทแดวูพระราม 2 (1995) จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรื้อถอนบ้านตึกแถวในส่วนที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินของโจทก์โดยปรับพื้นที่ดินให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารเข้าไปในที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนบ้านและออกจากที่ดินของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้ร่วมกันปลูกสร้างต่อเติมดัดแปลงตึกแถวรุกล้ำที่ดินของโจทก์ และไม่ได้ก่อสร้างพื้นคอนกรีตบนที่ดินของโจทก์ ที่ดินส่วนที่โจทก์อ้างว่าจำเลยก่อสร้างรุกล้ำเป็นที่ดินสาธารณะไม่ใช่ที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โจทก์เรียกค่าเสียหายสูงเกินความเป็นจริง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนแผ่นป้ายโฆษณาในส่วนที่รุกล้ำที่ดินของโจทก์ประมาณ ๑.๒ ถึง ๑.๕ เมตร ออกไป ห้ามจำเลยทั้งสองพร้อมบริวารเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินของโจทก์ พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อถอนแผ่นป้ายส่วนที่รุกล้ำออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ... คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ศาลชั้นต้นจะรับฟังแผนที่วิวาทซึ่งจำเลยทั้งสองไม่ได้ลงชื่อรับรองและโจทก์ไม่ได้ระบุพยานเพิ่มเติมประกอบพยานหลักฐานอื่นรวมทั้งข้อเท็จจริงจากการเดินเผชิญสืบได้หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ทำแผนที่วิวาทนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคท้าย ซึ่งบทมาตราดังกล่าวนี้ ศาลสามารถสั่งได้เองโดยไม่ต้องมีฝ่ายใดร้องขอ หรือจะสั่งตามที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งร้องขอก็ได้ เมื่อศาลอนุญาตแล้ว แม้คู่ความจะมิได้ระบุพยานเพิ่มเติมศาลก็สามารถรับฟังพยานหลักฐานที่มีการสืบเพิ่มเติมนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ (๒) ส่วนพยานหลักฐานนั้นจะมีน้ำหนักรับฟังได้เพียงใดเป็นเรื่องของการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานสำหรับแผนที่วิวาทนั้นแม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ลงชื่อรับรอง แต่จำเลยทั้งสองก็มิได้โต้แย้งว่าแผนที่วิวาทดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ตรงกับโฉนดที่ดินของโจทก์และจำเลยที่ ๒ ทั้งสามแปลงอย่างไร ศาลชั้นต้นจึงรับฟังแผนที่วิวาทซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินทำขึ้นดังกล่าวประกอบพยานหลักฐานอื่นรวมทั้งข้อเท็จจริงจากการเดินเผชิญสืบได้ และศาลชั้นต้นก็ได้วินิจฉัยโดยอาศัยการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้จากการเดินเผชิญสืบและแผนที่วิวาทแล้วฟังว่าจำเลยทั้งสองสร้างแผ่นป้ายโฆษณารุกล้ำที่ดินพิพาทของโจทก์ มิใช่ฟังจากการเดินเผชิญสืบหรือแผนที่วิวาทเท่านั้น คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

นายตุล เมฆยงค์ ผู้ช่วยฯ

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001026.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545