คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2545 ฉบับเต็ม

#99671
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4069/2545 บริษัทวี อาร์ บี ดี จำกัด โจทก์ กรุงเทพมหานคร จำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 มาตรา 10 นิติบุคคลโจทก์เป็นเจ้าของอาคาร 4 ชั้น ชั้นล่างบางส่วนเป็นสำนักงานของโจทก์และแบ่งให้เช่า ส่วนชั้น 2 และชั้น 3 โจทก์ให้ ว. กรรมการโจทก์อยู่อาศัยโดยมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม การที่ ว. กรรมการโจทก์อยู่อาศัยแม้จะได้รับความสะดวกจากการอยู่อาศัยติดต่อกับผู้เช่าอาคารชั้นล่าง แต่มิใช่เป็นการอยู่เพื่อดูแลผลประโยชน์ในการประกอบกิจการของโจทก์โดยแท้ เพราะโจทก์มีสำนักงานอยู่ที่ชั้นล่างบางส่วนอยู่แล้ว โจทก์จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับอาคารชั้น 2 และชั้น 3 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน ๑๑,๓๔๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมินเล่มที่ ๕ เลขที่ ๑๘ ลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๔๓ และคำชี้ขาดเล่มที่ ๒๓ เลขที่ ๘๔ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ เฉพาะรายการประเมินที่ ๒ และที่ ๓ (พื้นที่โรงเรือนชั้น ๒ และชั้น ๓) กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๙,๒๐๐ บาท แก่โจทก์ ภายในกำหนด ๓ เดือนนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนด ให้จำเลยชำระต้นเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อศาลภาษีอากรกลางฟังว่าโจทก์มิได้ใช้พื้นที่อาคารชั้น ๒ และชั้น ๓ เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรม และโจทก์ได้ให้ผู้แทนเฝ้ารักษาอาคารดังกล่าว ดังนั้น แม้ผู้แทนของโจทก์ที่เฝ้ารักษาจะได้รับความสะดวกจากการอยู่อาศัยนั้นติดต่อกับบริษัทผู้เช่าอาคารชั้นล่างของโจทก์ แต่การอยู่อาศัยของผู้แทนโจทก์ก็มิใช่เป็นการอยู่เพื่อดูแลผลประโยชน์ในการประกอบธุรกิจของโจทก์โดยแท้ ดังที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ เพราะโจทก์มีสำนักงานอยู่ที่ชั้นล่างบางส่วนสำหรับให้บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด สามารถติดต่อกับบริษัทโจทก์ได้โดยตรงอยู่แล้ว สำหรับที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีนี้เป็นเช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๐๒๙/๒๕๒๕ และ ๓๒๙๘/๒๕๒๖ นั้น เป็นอุทธรณ์ที่ต้องวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นอย่างไร จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง อุทธรณ์จำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับอาคารชั้น ๒ และชั้น ๓ นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๕๐๐ บาท แทนโจทก์. (โนรี จันทร์ทร-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-ทองหล่อ โฉมงาม) ศาลภาษีอากรกลาง - นายนันทน อินทนนท์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99671
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายนันทน อินทนนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051947"
    }
}
date
2545
deka_no
4069/2545
deka_running_no
4069
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "ทองหล่อ โฉมงาม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 10"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวี อาร์ บี ดี จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรุงเทพมหานคร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยคืนเงินภาษีจำนวน ๑๑,๓๔๕ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๓ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้เพิกถอนการประเมินตามใบแจ้งรายการประเมินเล่มที่ ๕ เลขที่ ๑๘ ลงวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๔๓ และคำชี้ขาดเล่มที่ ๒๓ เลขที่ ๘๔ ลงวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ เฉพาะรายการประเมินที่ ๒ และที่ ๓ (พื้นที่โรงเรือนชั้น ๒ และชั้น ๓) กับให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๙,๒๐๐ บาท แก่โจทก์ ภายในกำหนด ๓ เดือนนับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุด หากไม่คืนภายในกำหนด ให้จำเลยชำระต้นเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันครบกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่คำพิพากษาถึงที่สุดจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อศาลภาษีอากรกลางฟังว่าโจทก์มิได้ใช้พื้นที่อาคารชั้น ๒ และชั้น ๓ เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรม และโจทก์ได้ให้ผู้แทนเฝ้ารักษาอาคารดังกล่าว ดังนั้น แม้ผู้แทนของโจทก์ที่เฝ้ารักษาจะได้รับความสะดวกจากการอยู่อาศัยนั้นติดต่อกับบริษัทผู้เช่าอาคารชั้นล่างของโจทก์ แต่การอยู่อาศัยของผู้แทนโจทก์ก็มิใช่เป็นการอยู่เพื่อดูแลผลประโยชน์ในการประกอบธุรกิจของโจทก์โดยแท้ ดังที่จำเลยอ้างในอุทธรณ์ เพราะโจทก์มีสำนักงานอยู่ที่ชั้นล่างบางส่วนสำหรับให้บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด สามารถติดต่อกับบริษัทโจทก์ได้โดยตรงอยู่แล้ว สำหรับที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์ว่า ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีนี้เป็นเช่นเดียวกับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๐๒๙/๒๕๒๕ และ ๓๒๙๘/๒๕๒๖ นั้น เป็นอุทธรณ์ที่ต้องวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงคดีนี้เป็นอย่างไร จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง อุทธรณ์จำเลยข้อนี้จึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าโจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินสำหรับอาคารชั้น ๒ และชั้น ๓ นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๕๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001001.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545