คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3975 -ที่ 3976/2545 ฉบับเต็ม

#99678
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3975 - 3976/2545 นายศิริชัย น้อยประเสริฐ กับพวก บริษัทขนส่ง จำกัด พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8, มาตรา 32, มาตรา 48, มาตรา 49 แม้โจทก์ทั้งสองกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงโดยทุจริตต่อหน้าที่เอาเงินของจำเลยไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว แต่จำเลยมีอำนาจตามระเบียบพนักงานบริษัทขนส่ง จำกัด ที่จะเลือกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกได้ ตามความร้ายแรงแห่งกรณีการกระทำความผิด ประกอบกับโจทก์ทั้งสองทำงานมาเกือบ 30 ปี เป็นการกระทำความผิดครั้งแรก เงินที่โจทก์ทั้งสองทุจริตเอาไปมีจำนวนเพียง 300 บาทเศษ และ 1,200 บาทเศษ ตามลำดับ ทั้งโจทก์ทั้งสองรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การสอบสวนมีเหตุอันสมควรลดหย่อนโทษ การที่จำเลยมีคำสั่งลงโทษโจทก์ทั้งสองถึงขั้นไล่ออกจึงหนักเกินไป ศาลแรงงานกลางมีอำนาจพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของจำเลย และให้เปลี่ยนโทษไล่ออกเป็นให้ออกกับให้จำเลยจ่ายเงินทุนบำเหน็จและเงินประกันการทำงานคืนแก่โจทก์ทั้งสองได้ ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า จำเลยสั่งพักงานโจทก์ทั้งสองอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ทุจริตและมีคำสั่งไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ทั้งสองทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งที่ ก.๒๘๕/๒๕๔๓ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยมีมติเห็นชอบด้วย แต่โจทก์ทั้งสองเห็นว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบ เพราะโจทก์ทั้งสองไม่มีเจตนาทุจริต เหตุเกิดเพราะความผิดพลาดในการออกใบเสร็จรับเงินและเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย จึงไม่ควรได้รับโทษรุนแรงถึงขั้นไล่ออก ทั้งจำเลยทำการสอบสวนไม่ละเอียดถี่ถ้วน ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ก. ๒๘๕/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ รส.๑๒๓/๒๕๔๓ และ รส.๑๒๐/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ และวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ตามลำดับ กับสั่งให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือไม่ต่ำกว่าเดิม หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงานได้ให้ชำระค่าเสียหายกรณีการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๖๕๙,๙๒๐ บาท และโจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๕๗๖,๐๓๔.๑๑ บาท จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ขณะที่โจทก์ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีเดินรถสุราษฎร์ธานี โจทก์ทั้งสองจำหน่ายค่าธรรมเนียมรถร่วมแล้วนำเงินเข้าบัญชีไม่ครบถ้วนตามที่เรียกเก็บ ซึ่งตามระเบียบพนักงานของจำเลยถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยทำการสอบสวนแล้วได้ความว่าโจทก์ทั้งสองมีความผิดจริงจึงไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสองและไม่ต้องรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงาน ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ไล่โจทก์ทั้งสองออกโดยให้ลงโทษเพียงให้ออกแทน และให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๕๓๘,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๔๙๐,๕๗๔.๑๑ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์ทั้งสองเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้ตนเองได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบพนักงานบริษัทขนส่ง จำกัด พ.ศ.๒๕๓๒ เอกสารหมาย ล.๑๗ ข้อ ๓๙ (๑) แต่ข้อ ๔๔ ได้ระบุว่า "พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจักต้องรับโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันสมควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าให้ออก" หมายความว่า ให้นายจ้างสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาลงโทษพนักงานที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรงโดยให้ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าว มิใช่ต้องลงโทษไล่ออกสถานเดียวตามที่จำเลยอุทธรณ์ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยมานานคนละเกือบ ๓๐ ปี เงินของจำเลยที่โจทก์ทั้งสองทุจริตเป็นจำนวนไม่มาก และเป็นการกระทำผิดครั้งแรก อีกทั้งโจทก์ทั้งสองยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงอันเป็นประโยชน์แก่การสอบสวนของจำเลย กรณีจึงมีเหตุสมควรลดหย่อนโทษให้แก่โจทก์ทั้งสอง ที่จำเลยลงโทษโจทก์ทั้งสองถึงขั้นไล่ออกเป็นการลงโทษที่หนักเกินไปไม่เหมาะตามความร้ายแรงแห่งกรณีการกระทำความผิด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ลดหย่อนโทษแก่โจทก์ทั้งสองจากไล่ออกเป็นให้ออกและให้จำเลยจ่ายเงินทุนบำเหน็จและเงินประกันการทำงานคืนแก่โจทก์ทั้งสองนั้นจึงชอบด้วยระเบียบพนักงานของจำเลยดังกล่าวแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. นายอนันต์ ชุมวิสูตร ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น นางสาวพัชรินทร์ ธวัชชัยนันท์ ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-วีรพจน์ เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายยงยุทธ สมัย ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99678
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายยงยุทธ สมัย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052190"
    }
}
date
2545
deka_no
3976/2545
deka_running_no
3976
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "วีรพจน์ เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 8",
            "ม. 32",
            "ม. 48",
            "ม. 49"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "นายศิริชัย น้อยประเสริฐ"
    },
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัทขนส่ง"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนฟ้องทำนองเดียวกันว่า จำเลยสั่งพักงานโจทก์ทั้งสองอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่ทุจริตและมีคำสั่งไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ โดยให้เหตุผลว่าโจทก์ทั้งสองทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามคำสั่งที่ ก.๒๘๕/๒๕๔๓ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยมีมติเห็นชอบด้วย แต่โจทก์ทั้งสองเห็นว่าเป็นคำสั่งไม่ชอบ เพราะโจทก์ทั้งสองไม่มีเจตนาทุจริต เหตุเกิดเพราะความผิดพลาดในการออกใบเสร็จรับเงินและเป็นความผิดเพียงเล็กน้อย จึงไม่ควรได้รับโทษรุนแรงถึงขั้นไล่ออก ทั้งจำเลยทำการสอบสวนไม่ละเอียดถี่ถ้วน ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ ก. ๒๘๕/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๔๓ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่ รส.๑๒๓/๒๕๔๓ และ รส.๑๒๐/๒๕๔๓ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ และวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ ตามลำดับ กับสั่งให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิมหรือไม่ต่ำกว่าเดิม หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงานได้ให้ชำระค่าเสียหายกรณีการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๖๕๙,๙๒๐ บาท และโจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๕๗๖,๐๓๔.๑๑ บาท

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า ขณะที่โจทก์ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ที่สถานีเดินรถสุราษฎร์ธานี โจทก์ทั้งสองจำหน่ายค่าธรรมเนียมรถร่วมแล้วนำเงินเข้าบัญชีไม่ครบถ้วนตามที่เรียกเก็บ ซึ่งตามระเบียบพนักงานของจำเลยถือเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง จำเลยทำการสอบสวนแล้วได้ความว่าโจทก์ทั้งสองมีความผิดจริงจึงไล่โจทก์ทั้งสองออกจากงานโดยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายตามฟ้องแก่โจทก์ทั้งสองและไม่ต้องรับโจทก์ทั้งสองกลับเข้าทำงาน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานพิจารณาแล้วพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ไล่โจทก์ทั้งสองออกโดยให้ลงโทษเพียงให้ออกแทน และให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ ๑ เป็นเงิน ๕๓๘,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ที่ ๒ เป็นเงิน ๔๙๐,๕๗๔.๑๑ บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของโจทก์ทั้งสองเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้ตนเองได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ซึ่งถือเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามระเบียบพนักงานบริษัทขนส่ง จำกัด พ.ศ.๒๕๓๒ เอกสารหมาย ล.๑๗ ข้อ ๓๙ (๑) แต่ข้อ ๔๔ ได้ระบุว่า "พนักงานผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจักต้องรับโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออก ตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันสมควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าให้ออก" หมายความว่า ให้นายจ้างสามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาลงโทษพนักงานที่กระทำความผิดอย่างร้ายแรงโดยให้ลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำผิดกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าว มิใช่ต้องลงโทษไล่ออกสถานเดียวตามที่จำเลยอุทธรณ์ เมื่อปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองทำงานกับจำเลยมานานคนละเกือบ ๓๐ ปี เงินของจำเลยที่โจทก์ทั้งสองทุจริตเป็นจำนวนไม่มาก และเป็นการกระทำผิดครั้งแรก อีกทั้งโจทก์ทั้งสองยอมรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงอันเป็นประโยชน์แก่การสอบสวนของจำเลย กรณีจึงมีเหตุสมควรลดหย่อนโทษให้แก่โจทก์ทั้งสอง ที่จำเลยลงโทษโจทก์ทั้งสองถึงขั้นไล่ออกเป็นการลงโทษที่หนักเกินไปไม่เหมาะตามความร้ายแรงแห่งกรณีการกระทำความผิด ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้ลดหย่อนโทษแก่โจทก์ทั้งสองจากไล่ออกเป็นให้ออกและให้จำเลยจ่ายเงินทุนบำเหน็จและเงินประกันการทำงานคืนแก่โจทก์ทั้งสองนั้นจึงชอบด้วยระเบียบพนักงานของจำเลยดังกล่าวแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

นายอนันต์ ชุมวิสูตร ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นางสาวพัชรินทร์ ธวัชชัยนันท์ ย่อยาว

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001003.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3975 -
year
2545