คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2545 ฉบับเต็ม

#99679
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4576/2545 นายจรูญ วงศ์จำปา นายจเร วงศ์จำปา ป.อ. มาตรา 33 (1), มาตรา 36 จำเลย ผู้ร้อง และ ว.ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมในคดีเดียวกัน โจทก์คดีนี้ได้แยกฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวโดยขอให้ริบรถยนต์ของกลางด้วย ศาลพิพากษาให้ริบของกลาง คดีถึงที่สุด ส่วนผู้ร้องและ ว. ถูกฟ้องที่ศาลอาญาโดยโจทก์ในคดีที่ผู้ร้องและ ว.ถูกฟ้องนั้นขอริบรถยนต์ของกลางเช่นกัน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำขอให้ริบรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องจึงมายื่นคำร้องขอคืนของกลางในคดีนี้ เมื่อปรากฏว่า รถยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำผิด จึงต้องคืนให้แก่ผู้ร้อง ___________________________ กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ (๓) (๗) วรรคสาม (ที่ถูกวรรคสอง) , ๓๓๖ ทวิ และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน ผ - ๒๑๙๒ พิษณุโลก ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย และรถยนต์ของกลางไม่ใช่ยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้ร้องร่วมกระทำความผิดกับจำเลยและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดโดยใช้รถยนต์ของกลางดังกล่าวเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดร่วมกับจำเลยด้วย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า จำเลยกับพวกเพียงนำรถยนต์ของกลางมาจอดใกล้บริเวณเกิดเหตุเท่านั้น และจะใช้รถยนต์คันดังกล่าวในการขนย้ายทรัพย์ออกไปหลังจากที่ลักทรัพย์สำเร็จแล้ว เมื่อยังไม่มีการขนย้ายทรัพย์ที่ลักมาขึ้นรถยนต์ของกลาง จึงรับฟังไม่ได้ว่า มีการใช้รถยนต์ของกลางเป็นเครื่องมือหรือส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์โดยตรง รถยนต์ของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงจะริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ จึงต้องคืนให้แก่ผู้ร้อง ปัญหาที่ว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นอ้างสู่ศาลฎีกาโดยตรงก็ตาม แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่าคำพิพากษาสองศาลขัดกันให้ถือคำพิพากษาของศาลสูงกว่านั้น จะนำมาใช้ในคดีอาญาหรือไม่ และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดหรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. นางปิยนันท์ พันธุ์ธนะวาณิช ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น นางสาวจันทนา บารมีอวยชัย ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (สุเมธ ตังคจิวางกูร-อำนวย เต้พันธ์-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายชาติชาย เหลืองอ่อน ศาลอุทธรณ์ - นายพิชัย นาคขาว แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99679
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นายชาติชาย เหลืองอ่อน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพิชัย นาคขาว"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051207"
    }
}
date
2545
deka_no
4576/2545
deka_running_no
4576
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "อำนวย เต้พันธ์",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33 (1)",
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "วงศ์จำปา",
        "name": "นายจรูญ"
    },
    {
        "role": "วงศ์จำปา",
        "name": "นายจเร"
    }
]
long_text
กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ , ๓๓๕ (๓) (๗) วรรคสาม (ที่ถูกวรรคสอง) , ๓๓๖ ทวิ และริบรถยนต์หมายเลขทะเบียน ผ - ๒๑๙๒ พิษณุโลก ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้อง ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลย และรถยนต์ของกลางไม่ใช่ยานพาหนะที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ผู้ร้องร่วมกระทำความผิดกับจำเลยและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดโดยใช้รถยนต์ของกลางดังกล่าวเป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดร่วมกับจำเลยด้วย

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า จำเลยกับพวกเพียงนำรถยนต์ของกลางมาจอดใกล้บริเวณเกิดเหตุเท่านั้น และจะใช้รถยนต์คันดังกล่าวในการขนย้ายทรัพย์ออกไปหลังจากที่ลักทรัพย์สำเร็จแล้ว เมื่อยังไม่มีการขนย้ายทรัพย์ที่ลักมาขึ้นรถยนต์ของกลาง จึงรับฟังไม่ได้ว่า มีการใช้รถยนต์ของกลางเป็นเครื่องมือหรือส่วนหนึ่งในการลักทรัพย์โดยตรง รถยนต์ของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงจะริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ จึงต้องคืนให้แก่ผู้ร้อง ปัญหาที่ว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่ แม้คู่ความมิได้ยกขึ้นอ้างสู่ศาลฎีกาโดยตรงก็ตาม แต่เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบมาตรา ๒๒๕ เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วปัญหาตามฎีกาโจทก์ที่ว่าคำพิพากษาสองศาลขัดกันให้ถือคำพิพากษาของศาลสูงกว่านั้น จะนำมาใช้ในคดีอาญาหรือไม่ และผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดหรือไม่ จึงไม่จำต้องวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.

นางปิยนันท์ พันธุ์ธนะวาณิช ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นางสาวจันทนา บารมีอวยชัย ย่อยาว

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000995.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545