คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2545 ฉบับเต็ม

#99704
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4007/2545 นางสาวรัชนี อุบลสถิตย์ การสื่อสารแห่งประเทศไทย กับพวก พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519 มาตรา 34 (2) ป.พ.พ. มาตรา 1366 ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.2526 ข้อ 238 กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ปลายทางส่งธนาณัติคืนให้แก่ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางเพื่อจ่ายคืนให้แก่ผู้ฝากส่งเมื่อผู้รับไม่ไปติดต่อขอรับเงินธนาณัติภายในกำหนดตามข้อ 235.1 และเมื่อที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางได้รับธนาณัติคืนแล้ว ตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ดังกล่าว แก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 61 ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.2526 (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 9 พ.ศ.2535) ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2535 ข้อ 3 กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางตรวจสอบแบบ ธน.31 ท่อนที่ 1 ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.1 ของธนาณัตินั้นและแยกเก็บไว้เพื่อรอการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้น ทั้งไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2539 ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการไปรษณีย์ต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ข้อ 235 เมื่อโจทก์ไม่ได้ไปติดต่อขอรับเงินคืนในกำหนดเวลา จำเลยที่ 1 จึงดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนและโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ 1 เพราะโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินตามระเบียบของจำเลยที่ 1 ฉบับที่ 61 ข้อ 236 และไปรษณีย์นิเทศ พ.ศ.2539 ข้อ 204 ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๑๐,๓๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๘,๐๙๖ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ไม่รับฟ้องจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ โจทก์ฝากส่งเงิน ๘,๐๙๖ บาท กับจำเลยที่ ๑ ทางไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศจากไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางไปยังไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทาง เพื่อชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับ และไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากได้จัดส่งใบแจ้งความไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับผู้รับไปขอรับเงิน (แบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๒) ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แล้ว แต่บริษัทดังกล่าวไม่ไปขอรับเงินภายในกำหนด ๒ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่งตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๓๕.๑ ไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากจึงส่งใบไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับ นปท. (ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑) คืนไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทาง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๘ เพื่อจ่ายเงินคืนให้แก่โจทก์ผู้ฝากส่ง ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีรอโจทก์ติดต่อขอรับเงินคืนโดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงิน จนกระทั่งครบกำหนด ๔ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๒ ปรากฏว่าโจทก์มิได้ไปขอรับเงินคืนและเมื่อครบกำหนด ๖ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๓ แล้ว โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็มิได้ไปขอรับเงิน จำเลยที่ ๑ จึงประกาศโฆษณาให้โจทก์หรือบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำหลักฐานไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๑ โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มิได้ไปขอรับเงินในกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงโอนเงินธนาณัติเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดคืนเงินไปรษณีย์ธนาณัติตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อได้รับ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ คืนจากไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทางแล้ว ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบเสียก่อนว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงินจึงจะถือได้ว่าโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ จำเลยที่ ๑ จึงไม่สามารถดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืน และโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบดังกล่าวข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ เห็นว่า เดิมระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๔๑.๑ กำหนดว่า เมื่อที่ทำการต้นทางได้รับแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งที่ทำการปลายทางส่งคืนให้ตามข้อ ๒๓๘ ให้ตรวจสอบกับแบบ ธน.๑ (ใบฝากธนาณัติในประเทศ) ของธนาณัติฉบับนั้น หากเป็นรายที่ไม่มีหมายเหตุการออกแบบ ธน. ๑๐ ก. (ใบแทนไปรษณีย์ธนาณัติ) หรือหมายเหตุให้ระงับการจ่ายเงินคืนใด ๆ อย่างกรณีของโจทก์ให้แจ้งผู้ฝากทราบเพื่อรับเงินคืนด้วยแบบ ธน.๔๗ ท่อนที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่ขณะเกิดเหตุคดีนี้ระเบียบดังกล่าวได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๙ พ.ศ.๒๕๓๕) ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๕ ข้อ ๓ กำหนดให้ที่ทำการต้นทางเพียงแต่ตรวจสอบแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.๑ ของธนาณัติฉบับนั้น และแยกเก็บไว้เพื่อรอการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้น ทั้งไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อโจทก์ผู้ฝากไม่ได้ไปขอรับเงินคืนในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนและโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ เพราะโจทก์ไม่ไปขอรับเงิน ตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้. นายพรเทพ ศิริมหาพฤกษ์ ผู้ช่วยฯ ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (จรัส พวงมณี-วิชัย ชื่นชมพูนุท-สมชาย พงษธา) ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี - นายนพรัตน์ บุญจร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99704
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี",
        "judge": "นายนพรัตน์ บุญจร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052179"
    }
}
date
2545
deka_no
4007/2545
deka_running_no
4007
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สมชาย พงษธา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2519",
        "sections": [
            "ม. 34 (2)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1366"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "อุบลสถิตย์",
        "name": "นางสาวรัชนี"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "การสื่อสารแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๑๐,๓๘๓ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๘,๐๙๖ บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาเฉพาะจำเลยที่ ๑ ไม่รับฟ้องจำเลยที่ ๒

จำเลยที่ ๑ ให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๓๙ โจทก์ฝากส่งเงิน ๘,๐๙๖ บาท กับจำเลยที่ ๑ ทางไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศจากไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางไปยังไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทาง เพื่อชำระค่าเช่าซื้อรถยนต์ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับ และไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากได้จัดส่งใบแจ้งความไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับผู้รับไปขอรับเงิน (แบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๒) ให้แก่บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แล้ว แต่บริษัทดังกล่าวไม่ไปขอรับเงินภายในกำหนด ๒ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่งตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๓๕.๑ ไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากจึงส่งใบไปรษณีย์ธนาณัติสำหรับ นปท. (ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑) คืนไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทาง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๘ เพื่อจ่ายเงินคืนให้แก่โจทก์ผู้ฝากส่ง ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีรอโจทก์ติดต่อขอรับเงินคืนโดยไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงิน จนกระทั่งครบกำหนด ๔ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๒ ปรากฏว่าโจทก์มิได้ไปขอรับเงินคืนและเมื่อครบกำหนด ๖ เดือน นับต่อจากเดือนที่ฝากส่ง ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕.๓ แล้ว โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก็มิได้ไปขอรับเงิน จำเลยที่ ๑ จึงประกาศโฆษณาให้โจทก์หรือบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด นำหลักฐานไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนด ๑ ปี นับแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๑ โจทก์และบริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มิได้ไปขอรับเงินในกำหนดดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงโอนเงินธนาณัติเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ คดีมีปัญหาจะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดคืนเงินไปรษณีย์ธนาณัติตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่

โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อได้รับ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ คืนจากไปรษณีย์โทรเลขหัวหมากที่ทำการปลายทางแล้ว ไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้โจทก์ทราบเสียก่อนว่า บริษัท เอส.พี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้รับไม่ได้ไปขอรับเงินจึงจะถือได้ว่าโจทก์ไม่ไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อไปรษณีย์โทรเลขสุราษฎร์ธานีมิได้แจ้งให้โจทก์ทราบ จำเลยที่ ๑ จึงไม่สามารถดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืน และโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ ตามระเบียบดังกล่าวข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ เห็นว่า เดิมระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วยบริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ ข้อ ๒๔๑.๑ กำหนดว่า เมื่อที่ทำการต้นทางได้รับแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งที่ทำการปลายทางส่งคืนให้ตามข้อ ๒๓๘ ให้ตรวจสอบกับแบบ ธน.๑ (ใบฝากธนาณัติในประเทศ) ของธนาณัติฉบับนั้น หากเป็นรายที่ไม่มีหมายเหตุการออกแบบ ธน. ๑๐ ก. (ใบแทนไปรษณีย์ธนาณัติ) หรือหมายเหตุให้ระงับการจ่ายเงินคืนใด ๆ อย่างกรณีของโจทก์ให้แจ้งผู้ฝากทราบเพื่อรับเงินคืนด้วยแบบ ธน.๔๗ ท่อนที่ ๒ โดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่ขณะเกิดเหตุคดีนี้ระเบียบดังกล่าวได้ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยระเบียบการสื่อสารแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๖๑ ว่าด้วย บริการไปรษณีย์ธนาณัติในประเทศ พ.ศ.๒๕๒๖ (แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๙ พ.ศ.๒๕๓๕) ลงวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๕ ข้อ ๓ กำหนดให้ที่ทำการต้นทางเพียงแต่ตรวจสอบแบบ ธน.๓๑ ท่อนที่ ๑ ซึ่งได้รับคืนกับแบบ ธน.๑ ของธนาณัติฉบับนั้น และแยกเก็บไว้เพื่อรอการติดต่อขอรับเงินคืนจากผู้ฝากเท่านั้น ทั้งไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ก็มิได้กำหนดให้ที่ทำการต้นทางจะต้องแจ้งให้ผู้ฝากทราบ จึงเป็นหน้าที่ของผู้ฝากที่จะต้องไปติดต่อขอรับเงินคืนภายในกำหนดเวลาตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๕ เมื่อโจทก์ผู้ฝากไม่ได้ไปขอรับเงินคืนในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยที่ ๑ จึงดำเนินการประกาศโฆษณากำหนดระยะเวลาให้โจทก์ไปขอรับเงินคืนและโอนเงินธนาณัติที่โจทก์ฝากส่งเป็นของจำเลยที่ ๑ เพราะโจทก์ไม่ไปขอรับเงิน ตามระเบียบของจำเลยที่ ๑ ฉบับที่ ๖๑ ข้อ ๒๓๖ และไปรษณียนิเทศ พ.ศ.๒๕๓๙ ข้อ ๒๐๔ ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้.

นายพรเทพ ศิริมหาพฤกษ์ ผู้ช่วยฯ

ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001003.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545