คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2545 ฉบับเต็ม

#99718
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2545 นางสาวสุวรรณ ฤทธิ์ดี กรมทางหลวง กับพวก ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 มาตรา 20, มาตรา 21, มาตรา 25 ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินจากตารางวาละ 8,000 บาท เป็นตารางวาละ 16,000 บาท โจทก์พอใจไม่อุทธรณ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินจากตารางวาละ 8,000 บาท เป็นตารางวาละ 12,000 บาท โจทก์ก็ชอบที่จะฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินทดแทนจากตารางวาละ 12,000 บาท เป็นตารางวาละ 16,000 บาทเท่านั้น จะขอแก้ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินเป็นตารางวาละ 24,000 บาทไม่ได้ ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้แก้ ให้ยกคำร้องขอ ดังนี้โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินจากตารางวาละ 8,000 บาท เป็นตารางวาละ 24,000 บาท ไม่ได้ด้วย โจทก์มิได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนเวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืน ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ฯ แต่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนและขอให้ซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนนั้น เป็นการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีฯ ตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืน เวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนตามมาตรา 20 เมื่อโจทก์ยังไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายจึงยังไม่มีสิทธิฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืน อนึ่งการยกฟ้องโจทก์ในส่วนนี้เป็นการยกฟ้องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ยังมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงเห็นสมควรไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วนำคดีในส่วนนี้มาฟ้องใหม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เพิ่มขึ้นอีก ๑๕,๒๔๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ๑,๙๑๘,๖๖๖.๗๕ บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เพิ่มขึ้นอีก ๒,๖๕๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ๓๓๘,๗๓๘.๒๑ บาท ให้จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนจำนวน ๙.๒ ตารางวา ในอัตราตารางวาละ ๔๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๓๖๘,๐๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสื่อมราคาของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงิน ๒๐,๒๗๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ......ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๙,๑๓๓,๖๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ขอมา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗,๓๗๕,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดขึ้นลงของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ขอมา โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขทุนทรัพย์ชั้นฎีกาได้หรือไม่ ปัญหานี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๖,๐๐๐ บาท โจทก์พอใจไม่อุทธรณ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๒,๐๐๐ บาทโจทก์ก็ชอบที่จะฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๑๒,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๖,๐๐๐ บาท เท่านั้น จะขอแก้ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเกินกว่าเงินค่าทดแทนที่ดินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แก่โจทก์และโจทก์พอใจแล้วนั้นไม่ได้ ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้แก้ ให้ยกคำร้องขอ ดังนี้โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินจากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาทไม่ได้ด้วย แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากฎีกาของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้วินิจฉัยให้โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาท โจทก์จึงมีสิทธิที่จะไปรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้จากฝ่ายจำเลยซึ่งมากกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แก่โจทก์ และโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้ง ถือได้ว่าโจทก์พอใจคำวินิจฉัยส่วนนี้ของรัฐมนตรีฯแล้ว ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ตามฟ้องของโจทก์จึงหมดสิ้นไปแล้ว ดังนั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาส่วนนี้ของจำเลยทั้งสองด้วย มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองประการสุดท้ายว่า จำเลยทั้งสองจะต้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนหรือไม่ในราคาเท่าใด โจทก์เบิกความว่า โจทก์เคยขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนให้แก่จำเลยในตอนที่ไปรับเงินค่าทดแทนที่ดิน เจ้าหน้าที่ของจำเลยแจ้งให้รับเงินค่าทดแทนที่ดินไปก่อน โจทก์จึงไม่ทราบว่าจำเลยจะซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวยังไม่ได้ความชัดเจนพอที่จะให้รับฟังได้ว่าโจทก์ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนเวนคืนหรือจัดซื้อทีดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืน ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ส่วนที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนและขอให้ซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนนั้น เป็นการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีฯตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนเวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนตามมาตรา ๒๐ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนนี้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น อนึ่ง การยกฟ้องโจทก์ในส่วนนี้เป็นการยกฟ้องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ยังมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงเห็นสมควรไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วนำคดีในส่วนนี้มาฟ้องใหม่ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เพิ่มขึ้นจากที่รัฐมนตรีฯวินิจฉัยอีก ๑,๓๘๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และในส่วนที่ฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เพิ่มขึ้นนั้นให้ยกฟ้องโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง และยกฎีกาโจทก์และยกฎีกาจำเลยทั้งสองในส่วนดังกล่าวเสียด้วย และยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องในส่วนนี้มายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายสุพจน์ แสงประชากุล ผู้ช่วยฯ ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (วิชัย วิสิทธวงศ์-วิชัย ชื่นชมพูนุท-สุเทพ เจตนาการณ์กุล) ศาลแพ่ง - นายชวลิต ยงพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เอกโยคยะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99718
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชวลิต ยงพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เอกโยคยะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052630"
    }
}
date
2545
deka_no
3710/2545
deka_running_no
3710
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย วิสิทธวงศ์",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530",
        "law_abbr": "ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ว่าด้วยการเวนคีณอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530",
        "sections": [
            "ม. 20",
            "ม. 21",
            "ม. 25"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ฤทธิ์ดี",
        "name": "นางสาวสุวรรณ"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "กรมทางหลวง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เพิ่มขึ้นอีก ๑๕,๒๔๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ๑,๙๑๘,๖๖๖.๗๕ บาท และที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เพิ่มขึ้นอีก ๒,๖๕๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ๓๓๘,๗๓๘.๒๑ บาท ให้จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืนจำนวน ๙.๒ ตารางวา ในอัตราตารางวาละ ๔๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๓๖๘,๐๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสื่อมราคาของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เป็นเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงิน ๒๐,๒๗๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ......ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๙,๑๓๓,๖๐๐ บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ ดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ขอมา จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๗,๓๗๕,๖๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดขึ้นลงของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของต้นเงินดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี ตามที่โจทก์ขอมา

โจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขทุนทรัพย์ชั้นฎีกาได้หรือไม่ ปัญหานี้ปรากฏว่าศาลชั้นต้นพิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๖,๐๐๐ บาท โจทก์พอใจไม่อุทธรณ์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๒,๐๐๐ บาทโจทก์ก็ชอบที่จะฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๑๒,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๑๖,๐๐๐ บาท เท่านั้น จะขอแก้ทุนทรัพย์ชั้นฎีกาให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาท ซึ่งเกินกว่าเงินค่าทดแทนที่ดินที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แก่โจทก์และโจทก์พอใจแล้วนั้นไม่ได้ ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้แก้ ให้ยกคำร้องขอ ดังนี้โจทก์จึงฎีกาขอให้ศาลฎีกาเพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินจากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาทไม่ได้ด้วย แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความจากฎีกาของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้วินิจฉัยให้โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ จากตารางวาละ ๘,๐๐๐ บาท เป็นตารางวาละ ๒๔,๐๐๐ บาท โจทก์จึงมีสิทธิที่จะไปรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้จากฝ่ายจำเลยซึ่งมากกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้แก่โจทก์ และโจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้ง ถือได้ว่าโจทก์พอใจคำวินิจฉัยส่วนนี้ของรัฐมนตรีฯแล้ว ข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ตามฟ้องของโจทก์จึงหมดสิ้นไปแล้ว ดังนั้น จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาส่วนนี้ของจำเลยทั้งสองด้วย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองประการสุดท้ายว่า จำเลยทั้งสองจะต้องซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนหรือไม่ในราคาเท่าใด โจทก์เบิกความว่า โจทก์เคยขายที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ในส่วนที่เหลือจากการเวนคืนให้แก่จำเลยในตอนที่ไปรับเงินค่าทดแทนที่ดิน เจ้าหน้าที่ของจำเลยแจ้งให้รับเงินค่าทดแทนที่ดินไปก่อน โจทก์จึงไม่ทราบว่าจำเลยจะซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวยังไม่ได้ความชัดเจนพอที่จะให้รับฟังได้ว่าโจทก์ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนเวนคืนหรือจัดซื้อทีดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืน ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐ ส่วนที่โจทก์ยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้เพิ่มเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนและขอให้ซื้อที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนนั้น เป็นการอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีฯตามมาตรา ๒๕ วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนกับการขอให้เจ้าหน้าที่เวนคืนเวนคืนหรือจัดซื้อที่ดินที่เหลือจากการเวนคืนตามมาตรา ๒๐ เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายดังกล่าว จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องให้บังคับจำเลยทั้งสองจ่ายเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือจากการเวนคืนนี้ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น ฎีกาข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น อนึ่ง การยกฟ้องโจทก์ในส่วนนี้เป็นการยกฟ้องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องเพราะโจทก์ยังมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงเห็นสมควรไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้วนำคดีในส่วนนี้มาฟ้องใหม่

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๕๔๖๘ เพิ่มขึ้นจากที่รัฐมนตรีฯวินิจฉัยอีก ๑,๓๘๖,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๘.๕ ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และในส่วนที่ฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ เพิ่มขึ้นนั้นให้ยกฟ้องโจทก์ ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง และยกฎีกาโจทก์และยกฎีกาจำเลยทั้งสองในส่วนดังกล่าวเสียด้วย และยกฟ้องโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๒๑๔๓ ส่วนที่เหลือจากการเวนคืน แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคำฟ้องในส่วนนี้มายื่นใหม่ภายใต้บังคับแห่งบทบัญญัติของพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. ๒๕๓๐

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

นายสุพจน์ แสงประชากุล ผู้ช่วยฯ

ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายวีระวัฒน์ ปวราจารย์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001007.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545