คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545 ฉบับเต็ม

#99748
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4070/2545 ธนาคารศรีนคร จำกัด โจทก์ นายวีระชาติ ศิริยงวัฒนา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 155, มาตรา 156, มาตรา 223, มาตรา 247 จำเลยเคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ให้ยกคำร้อง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นยุติว่าคดีจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ยืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖,๑๗๓,๑๖๖.๘๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ในต้นเงิน ๔,๕๙๖,๔๖๖.๗๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๙๒๐๙ พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๓๓๐ , ๓๕๖๘๗ และ ๓๙๓๒๙ พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วน จำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน ๑๕ วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ก่อนครบกำหนด จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง และให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ตามที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า มีเหตุที่ทำให้จำเลยยากจนลงกว่าเดิม ดังนั้นศาลควรอนุญาตให้ไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย เห็นว่า เดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (วิรัช ลิ้มวิชัย-ไพศาล เจริญวุฒิ-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายกมล ธีรเวชพลกุล ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99748
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายกมล ธีรเวชพลกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิรุฬห์ แสงเทียน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051944"
    }
}
date
2545
deka_no
4070/2545
deka_running_no
4070
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 155",
            "ม. 156",
            "ม. 223",
            "ม. 247"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารศรีนคร จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวีระชาติ ศิริยงวัฒนา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระเงินตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี ยืม และบังคับจำนอง จำเลยให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖,๑๗๓,๑๖๖.๘๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ในต้นเงิน ๔,๕๙๖,๔๖๖.๗๙ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๙๒๐๙ พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๙๓๓๐ , ๓๕๖๘๗ และ ๓๙๓๒๙ พร้อมสิ่งปลูกสร้างกับทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบถ้วน

จำเลยอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน ๑๕ วัน จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะอุทธรณ์ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง หลังจากนั้นจำเลยขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลอีกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายขอขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ก่อนครบกำหนด จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีก

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง และให้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๔๓ ตามที่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืน คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด จึงไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า มีเหตุที่ทำให้จำเลยยากจนลงกว่าเดิม ดังนั้นศาลควรอนุญาตให้ไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลย เห็นว่า เดิมจำเลยได้เคยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์มาแล้วครั้งหนึ่ง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้น คำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด คดีจึงฟังได้เป็นข้อยุติว่าคดีของจำเลยไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ การที่จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ครั้งใหม่โดยอ้างเหตุว่ายากจนลงกว่าเดิม แม้จะฟังได้ตามข้ออ้างของจำเลย ศาลก็ไม่อาจอนุญาตให้จำเลยดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ได้ คำสั่งศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001001.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545