คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2906/2545 ฉบับเต็ม

#99751
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2906/2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสแซมบลี จำกัด บริษัทเวิลด์ออโต้พาร์ทมานูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่ 1 กับพวก พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 16, มาตรา 17, มาตรา 31 ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 173 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ก. โจทก์ให้จำเลยที่ 1 เช่าโรงงานต้องถือว่าบริษัท ก. เลิกประกอบกิจการโรงงานในวันที่ให้เช่า ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 31 วรรคหนึ่ง ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น และในวันเดียวกันนั้นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัท ก. ก็เป็นอันสิ้นอายุลง ตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 16 เช่นกัน การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต้องกระทำโดยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและต้องทำการก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง แต่ตามสัญญาเช่ากำหนดให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในนามของบริษัท ก. และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัท ก. สิ้นอายุลงแล้วในวันทำสัญญาเช่า จำเลยที่ 1 จึงไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาเช่าดังกล่าวได้ เพราะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ข้อสัญญาเช่าจึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมเป็นโมฆะ ตาม ป.พ.พ.มาตรา 150 ทำให้สัญญาเช่าเฉพาะ ข้อ 8 ตกเป็นโมฆะทั้งสิ้นตาม ป.พ.พ.มาตรา 173 จำเลยที่ 1 จึงไม่ผิดสัญญา ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ก. ทำสัญญาให้จำเลยที่ ๑ เช่าทรัพย์สินของ ก. โดยมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่า ขอให้บังคับจำเลยจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๓ จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๕,๑๕๔,๑๐๙.๕๙ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ผิดสัญญา เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและใบอนุญาตประกอบรถยนต์นั่งในนามบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด แล้ว แต่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ กำหนดว่า หากมีการให้เช่าโรงงานให้ถือว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเลิกประกอบกิจการโรงงานตั้งแต่วันที่ให้เช่า นอกจากนี้ในการประกอบรถยนต์จำเลยที่ ๑ ต้องอาศัยสิทธิของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด นำเข้าชิ้นส่วน ซี เค ดี จากต่างประเทศ แต่เมือตามกฎหมายให้ถือว่าบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เลิกประกอบกิจการโรงงานแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่สามารถจัดหาและนำเข้าชิ้นส่วน ซี เค ดี ได้ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายและไม่เคยมีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาในเรื่องอะไร และจำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์เสียหายอย่างไร ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ผิดสัญญาและสัญญาเช่า สัญญาข้อ ๗ ไม่มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ ๑ ต้องชำระค่าเสียหายจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ ส่วนสัญญาข้อ ๘ จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะข้อสัญญาขัดต่อพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ โจทก์ไม่เคยมีหนังสือทวงถาม จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า บริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและเป็นเจ้าของที่ดินอาคารโรงงานและเครื่องจักรซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ ก - ๒๗ - ๓๖ การนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ถนนสุขาภิบาล ๒ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๓๐ บริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตามหมายแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเอกสารหมาย จ.๑ อำนาจในการจัดการทรัพย์สินจึงอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ ต่อมาวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ให้จำเลยที่ ๑ เช่าทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ดังกล่าว ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการชำระค่าเช่าและค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าต่อโจทก์ ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๘ สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและใบอนุญาตประกอบรถยนต์นั่งในนามของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด แต่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่า เอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ และจำเลยทั้งสองต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าโรงงานต้องถือว่าบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เลิกประกอบกิจการโรงงานในวันที่ให้เช่าคือวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น และในวันเดียวกันนั้นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ก็เป็นอันสิ้นอายุลง ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๑๖ การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต้องกระทำโดยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและต้องทำการก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง แต่สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ กำหนดให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดำเนินการขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในนามของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด สิ้นอายุลงแล้วในวันทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ จำเลยที่ ๑ จึงไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาเช่าดังกล่าวได้ เพราะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ข้อสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ ทำให้สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ เฉพาะข้อ ๘ ตกเป็นโมฆะทั้งสิ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ผิดสัญญา จำเลยทั้งสองไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. นายอนันต์ วงษ์ประภารัตน์ ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (ธาดา กษิตินนท์-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแพ่ง - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล ศาลอุทธรณ์ - นายเกรียงศักดิ์ คงผล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99751
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสุทธินันท์ เสียมสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเกรียงศักดิ์ คงผล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054188"
    }
}
date
2545
deka_no
2906/2545
deka_running_no
2906
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512",
        "sections": [
            "ม. 16",
            "ม. 17",
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 173"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสแซมบลี"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "บริษัทเวิลด์ออโต้พาร์ทมานูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่ 1"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัท ก. ทำสัญญาให้จำเลยที่ ๑ เช่าทรัพย์สินของ ก. โดยมีจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่า ขอให้บังคับจำเลยจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๓๓ จนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๕,๑๕๔,๑๐๙.๕๙ บาท และนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้ผิดสัญญา เพราะจำเลยที่ ๑ ได้ดำเนินการขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและใบอนุญาตประกอบรถยนต์นั่งในนามบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด แล้ว แต่ไม่สามารถกระทำได้ เพราะตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ กำหนดว่า หากมีการให้เช่าโรงงานให้ถือว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเลิกประกอบกิจการโรงงานตั้งแต่วันที่ให้เช่า นอกจากนี้ในการประกอบรถยนต์จำเลยที่ ๑ ต้องอาศัยสิทธิของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด นำเข้าชิ้นส่วน ซี เค ดี จากต่างประเทศ แต่เมือตามกฎหมายให้ถือว่าบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เลิกประกอบกิจการโรงงานแล้ว จำเลยที่ ๑ จึงไม่สามารถจัดหาและนำเข้าชิ้นส่วน ซี เค ดี ได้ โจทก์ไม่ได้รับความเสียหายและไม่เคยมีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาในเรื่องอะไร และจำเลยที่ ๑ ทำให้โจทก์เสียหายอย่างไร ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ผิดสัญญาและสัญญาเช่า สัญญาข้อ ๗ ไม่มีข้อตกลงว่าจำเลยที่ ๑ ต้องชำระค่าเสียหายจำนวน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ ส่วนสัญญาข้อ ๘ จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะข้อสัญญาขัดต่อพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ โจทก์ไม่เคยมีหนังสือทวงถาม จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า บริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและเป็นเจ้าของที่ดินอาคารโรงงานและเครื่องจักรซึ่งตั้งอยู่ที่เลขที่ ก - ๒๗ - ๓๖ การนิคมอุตสาหกรรมบางชัน ถนนสุขาภิบาล ๒ แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๓๐ บริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ตามหมายแจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเอกสารหมาย จ.๑ อำนาจในการจัดการทรัพย์สินจึงอยู่ในอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ ต่อมาวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ให้จำเลยที่ ๑ เช่าทรัพย์ของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ดังกล่าว ตามสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันการชำระค่าเช่าและค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดตามสัญญาเช่าต่อโจทก์ ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๘ สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ กำหนดให้จำเลยที่ ๑ ดำเนินการต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและใบอนุญาตประกอบรถยนต์นั่งในนามของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด แต่จำเลยที่ ๑ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา

มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่า จำเลยที่ ๑ ผิดสัญญาเช่า เอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ และจำเลยทั้งสองต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า เมื่อโจทก์ให้จำเลยที่ ๑ เช่าโรงงานต้องถือว่าบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด เลิกประกอบกิจการโรงงานในวันที่ให้เช่าคือวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๓๑ วรรคหนึ่ง ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้น และในวันเดียวกันนั้นใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด ก็เป็นอันสิ้นอายุลง ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๑๖ การต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานต้องกระทำโดยผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานและต้องทำการก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ ตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๑๒ มาตรา ๑๗ วรรคหนึ่ง แต่สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ กำหนดให้จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ดำเนินการขอต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานในนามของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัด สิ้นอายุลงแล้วในวันทำสัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ จำเลยที่ ๑ จึงไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาเช่าดังกล่าวได้ เพราะขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ข้อสัญญาเช่าตามเอกสารหมาย จ.๕ ข้อ ๘ จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายย่อมเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๐ ทำให้สัญญาเช่าเอกสารหมาย จ.๕ เฉพาะข้อ ๘ ตกเป็นโมฆะทั้งสิ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓ จำเลยที่ ๑ จึงไม่ผิดสัญญา จำเลยทั้งสองไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

นายอนันต์ วงษ์ประภารัตน์ ผู้ช่วยฯ

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001020.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545