คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2545 ฉบับเต็ม

#99759
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย สัญชัย ชินการุณ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192, มาตรา 195 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 28, มาตรา 69 ฟ้องโจทก์บรรยายว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานศิลปกรรมและสิ่งบันทึกเสียงซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหาย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหาย ไม่ได้บรรยายว่า การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำเพื่อการค้า การกระทำของจำเลยทั้งสี่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 28 (1) , 69 วรรคหนึ่ง การที่ศาลทรัพย์สินฯ พิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ลงโทษตาม มาตรา 28 (1) , 69 วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสี่ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยให้ถูกต้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๔ , ๖ , ๘ , ๑๕ , ๒๗ , ๒๘ , ๓๑ , ๖๑ , ๖๙ , ๗๐ , ๗๕ , ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด โดยให้วิดีโอซีดี ๑,๔๑๐ แผ่น แผ่นแสตมเปอร์ ๓๐ แผ่น แผ่นฟิล์ม ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน ๑๕ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ สั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๗ (๑) , ๒๘ (๑) , ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง , ๗๐ วรรคสอง การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันทำซ้ำแก่งานสร้างสรรค์ประเภทภาพยนตร์ของผู้อื่นซึ่งมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อการค้าร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งงานดังกล่าว เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันทำซ้ำงานดังกล่าวอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน ฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมซึ่งเกี่ยวกับภาพยนตร์และสิ่งบันทึกเสียง วางโทษจำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ ปี พฤติการณ์แห่งคดีเป็นกรณีที่มีการกระทำละเมิดในลักษณะของการเป็นแหล่งผลิต มีเครื่องจักรถึง ๓ เครื่อง กรณีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ ริบของกลางทั้งหมดโดยให้วิดีโอซีดีของกลาง จำนวน ๑,๔๑๐ แผ่น แผ่นแสตมเปอร์ จำนวน ๓๐ แผ่น แผ่นฟิล์ม ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน จำนวน ๑๕ แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ... อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องข้อ (ข) แต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียงดังกล่าวซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๔ , ที่ ๖ , ที่ ๗ , ที่ ๘ และที่ ๙ ด้วยการนำภาพของศิลปินและภาพในภาพยนตร์ต่าง ๆ ตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๒ , ๓ , และ ๔ มาทำซ้ำ พิมพ์ลงบนแผ่นฟิล์ม จำนวน ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน จำนวน ๑๕ แผ่น เพื่อนำไปใช้เป็นแม่พิมพ์โดยใช้วิธีการทางการพิมพ์ทำซ้ำให้ปรากฏลงแผ่นซีดี ซึ่งจำเลยทั้งสี่กับพวกรู้อยู่แล้วว่า งานศิลปกรรมดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งห้า และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายเท่านั้น แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำเพื่อการค้า การกระทำของจำเลยทั้งสี่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องดังกล่าว จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าลงโทษตามมาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสี่ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจยกขึ้นมาวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมอันเกี่ยวกับภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียงอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๔ , ที่ ๖ , ที่ ๗ , ที่ ๘ และที่ ๙ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคหนึ่ง ลงโทษปรับ ๘๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วเป็นจำคุก ๙ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง. นายปัญญา ด่านพัฒนามงคล ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (พินิจ เพชรรุ่ง-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ - นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99759
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ",
        "judge": "นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052309"
    }
}
date
2545
deka_no
3826/2545
deka_running_no
3826
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192",
            "ม. 195"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 28",
            "ม. 69"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สัญชัย ชินการุณ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๔ , ๖ , ๘ , ๑๕ , ๒๗ , ๒๘ , ๓๑ , ๖๑ , ๖๙ , ๗๐ , ๗๕ , ๗๖ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ ริบของกลางทั้งหมด โดยให้วิดีโอซีดี ๑,๔๑๐ แผ่น แผ่นแสตมเปอร์ ๓๐ แผ่น แผ่นฟิล์ม ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน ๑๕ แผ่น ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์ สั่งจ่ายเงินค่าปรับฐานละเมิดลิขสิทธิ์กึ่งหนึ่งให้แก่ผู้เสียหายเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๗ (๑) , ๒๘ (๑) , ๓๑ (๑) ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง , ๗๐ วรรคสอง การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานร่วมกันทำซ้ำแก่งานสร้างสรรค์ประเภทภาพยนตร์ของผู้อื่นซึ่งมีลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อการค้าร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งงานดังกล่าว เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานร่วมกันทำซ้ำงานดังกล่าวอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) ประกอบมาตรา ๖๙ วรรคสอง ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน ฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมซึ่งเกี่ยวกับภาพยนตร์และสิ่งบันทึกเสียง วางโทษจำคุกคนละ ๖ เดือน รวมจำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๑ ปี พฤติการณ์แห่งคดีเป็นกรณีที่มีการกระทำละเมิดในลักษณะของการเป็นแหล่งผลิต มีเครื่องจักรถึง ๓ เครื่อง กรณีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่สมควรรอการลงโทษ ริบของกลางทั้งหมดโดยให้วิดีโอซีดีของกลาง จำนวน ๑,๔๑๐ แผ่น แผ่นแสตมเปอร์ จำนวน ๓๐ แผ่น แผ่นฟิล์ม ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน จำนวน ๑๕ แผ่น ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ตกเป็นของเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ...

อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องข้อ (ข) แต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่กับพวกร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียงดังกล่าวซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๔ , ที่ ๖ , ที่ ๗ , ที่ ๘ และที่ ๙ ด้วยการนำภาพของศิลปินและภาพในภาพยนตร์ต่าง ๆ ตามเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๒ , ๓ , และ ๔ มาทำซ้ำ พิมพ์ลงบนแผ่นฟิล์ม จำนวน ๓๐ แผ่น และแผ่นสกรีน จำนวน ๑๕ แผ่น เพื่อนำไปใช้เป็นแม่พิมพ์โดยใช้วิธีการทางการพิมพ์ทำซ้ำให้ปรากฏลงแผ่นซีดี ซึ่งจำเลยทั้งสี่กับพวกรู้อยู่แล้วว่า งานศิลปกรรมดังกล่าวเป็นงานที่ได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งห้า และโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายเท่านั้น แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าการกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำเพื่อการค้า การกระทำของจำเลยทั้งสี่ตามที่โจทก์บรรยายฟ้องดังกล่าว จึงเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าลงโทษตามมาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคสอง จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยทั้งสี่ไม่ได้อุทธรณ์ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจยกขึ้นมาวินิจฉัยแก้ไขให้ถูกต้องได้

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดฐานร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานสร้างสรรค์ประเภทศิลปกรรมอันเกี่ยวกับภาพยนตร์ และสิ่งบันทึกเสียงอันเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายที่ ๔ , ที่ ๖ , ที่ ๗ , ที่ ๘ และที่ ๙ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๙ มาตรา ๒๘ (๑) , ๖๙ วรรคหนึ่ง ลงโทษปรับ ๘๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วเป็นจำคุก ๙ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง.

นายปัญญา ด่านพัฒนามงคล ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

ร.ท.นิตินาถ บุญมา ย่อยาว

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001004.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545