คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5134/2545 ฉบับเต็ม

#99808
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5134/2545 บริษัทเอเชี่ยนสตีลบาร์ จำกัด รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 6, มาตรา 264 วรรคหนึ่ง, มาตรา 276 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 9 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฯ มาตรา 264 วรรคหนึ่ง กรณีที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดีที่ศาลพิจารณาอยู่ การที่จะพิจารณาว่าศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ฯ มาตรา 7 จำเลยให้การว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลางแต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 276 ที่ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง ฯ มาตรา 9 บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 6 นั้น มิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 6 จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินกับเงินเพิ่มจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างราชการส่วนท้องถิ่นกับเอกชน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ การที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และให้การต่อสู้ประเด็นอื่นอีกหลายประเด็น ขอให้ยกฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ ขอให้ศาลภาษีอากรกลางส่งเรื่องที่จำเลยให้การต่อสู้ประเด็นอำนาจฟ้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าการที่ศาลจะส่งคำโต้แย้งของคู่ความไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ หรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล ในคดีนี้ศาลได้ตั้งประเด็นปัญหาข้อกฎหมายไว้ในชั้นชี้สองสถานแล้วจึงไม่มีเหตุตามคำร้อง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนเสร็จการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ จำเลยคัดค้านคำสั่งดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๔ ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า... ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางไม่ส่งความเห็นของจำเลยที่ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา ๖ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว และส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย" ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่า กรณีที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดีที่ศาลพิจารณาอยู่ การที่จะพิจารณาว่าศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๗ ดังนั้น การที่จำเลยให้การว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง แต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงมิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับดังกล่าวชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์. นายอดิเทพ ถิระวัฒน์ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (ทองหล่อ โฉมงาม-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-โนรี จันทร์ทร) ศาลภาษีอากรกลาง - นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99808
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นายประเสริฐ โหล่วประดิษฐ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050505"
    }
}
date
2545
deka_no
5134/2545
deka_running_no
5134
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 264 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 276"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 9"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัทเอเชี่ยนสตีลบาร์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระภาษีโรงเรือนและที่ดินกับเงินเพิ่มจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า คดีนี้เป็นข้อพิพาทระหว่างราชการส่วนท้องถิ่นกับเอกชน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ การที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีของศาลปกครองเป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และให้การต่อสู้ประเด็นอื่นอีกหลายประเด็น ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๔๔ ขอให้ศาลภาษีอากรกลางส่งเรื่องที่จำเลยให้การต่อสู้ประเด็นอำนาจฟ้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่าการที่ศาลจะส่งคำโต้แย้งของคู่ความไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ หรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล ในคดีนี้ศาลได้ตั้งประเด็นปัญหาข้อกฎหมายไว้ในชั้นชี้สองสถานแล้วจึงไม่มีเหตุตามคำร้อง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปจนเสร็จการพิจารณา และนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๔ จำเลยคัดค้านคำสั่งดังกล่าว

จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๔๔ ว่า การที่ศาลภาษีอากรกลางดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาดังกล่าว ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๑๒,๖๓๒ บาท แก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งทั้งสองฉบับดังกล่าวข้างต้น

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า... ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยมีว่า ที่ศาลภาษีอากรกลางไม่ส่งความเห็นของจำเลยที่ว่าพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายบังคับแก่คดีใด ถ้าศาลเห็นเองหรือคู่ความโต้แย้งว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นต้องด้วยบทบัญญัติ มาตรา ๖ และยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับบทบัญญัตินั้น ให้ศาลรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว และส่งความเห็นเช่นว่านั้นตามทางการเพื่อศาลรัฐธรรมนูญจะได้พิจารณาวินิจฉัย" ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่า กรณีที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ต้องเป็นกรณีที่ศาลจะใช้บทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นบังคับแก่คดีที่ศาลพิจารณาอยู่ การที่จะพิจารณาว่าศาลภาษีอากรกลางมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้หรือไม่ จะต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.๒๕๒๘ มาตรา ๗ ดังนั้น การที่จำเลยให้การว่า คดีนี้ไม่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากรกลาง แต่อยู่ในอำนาจการพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๒๗๖ ที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.๒๕๔๒ มาตรา ๙ บัญญัติยกเว้นมิให้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงมิใช่เป็นการกล่าวอ้างว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ศาลจะใช้บังคับแก่คดีต้องด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๖ จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะต้องส่งความเห็นไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ที่ศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับดังกล่าวชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์.

นายอดิเทพ ถิระวัฒน์ ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อยาว

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000989.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545