คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4360/2545 ฉบับเต็ม

#99813
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4360/2545 บริษัทคอร์มิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัทเค เอส เอส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 248 วรรคหนึ่ง จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกคำร้อง เมื่อคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าสารผสมในคอนกรีตตามสัญญาซื้อขายเป็นเงินจำนวน ๗๕,๒๐๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๖๙,๕๕๐ บาท จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาภายหลังจากโจทก์นำพยานเข้าสืบเสร็จสิ้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงให้นัดสืบพยานจำเลย ในวันนัดสืบพยานจำเลยทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยและพยานจำเลยติดธุระมาศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยห่างจากวันนัดครั้งก่อนถึง ๔ เดือนเศษ ทนายจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องเตรียมพยานใดมาเบิกความ แต่กลับอ้างว่าทั้งพยานจำเลยและทนายจำเลยติดธุระสำคัญกะทันหัน โดยมิได้ระบุว่าเป็นธุระใด เหตุผลตามคำร้องของทนายจำเลยเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะขออนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานจำเลยออกไป และมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๙,๕๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๑ ต้องไม่เกิน ๕,๖๕๑ บาท ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๒ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยรวม ๒ ครั้ง แต่ก่อนครบกำหนดที่จำเลยจะต้องยื่นอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีกเป็นครั้งที่ ๓ โดยอ้างเหตุว่า จำเลยได้ยื่นคำแถลงขอถ่ายสำเนาคำพิพากษาไว้และเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ซึ่งคดีนี้มีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจำนวนมาก ประกอบกับเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องวางศาลในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนสูง และจำเลยยังหาเงินดังกล่าวมาวางศาลไม่ได้ จึงต้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปอีก ๓๐ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุผลอันสมควร ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยกับคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์มิได้แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้แสดงเหตุผลเป็นที่เพียงพอต่อศาลว่า จำเลยมีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเป็นจะต้องให้ศาลฎีกา (ที่ถูกศาลอุทธรณ์) เป็นผู้วินิจฉัย อีกทั้งคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องและค่าฤชาธรรมเนียมจำนวนเงินสูงมาก จำเลยยังไม่สามารถหาเงิน (ค่าฤชาธรรมเนียม) มาวางศาลได้ทันนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้ามีทุนทรัพย์เพียง ๗๕,๒๐๑ บาท จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ส่งสินค้าล่าช้า ไม่ครบจำนวน ทั้งเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพและสินค้าบางส่วนชำรุดเสียหาย โจทก์นำพยานเข้าสืบปากเดียวส่วนจำเลยมิได้สืบพยาน ประเด็นแห่งคดีจึงไม่มีข้อยุ่งยากทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายถึงขนาดที่จำเลยไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ และคดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์เพียง ๗๕,๒๐๑ บาท เงินค่าธรรมเนียมที่ต้องวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์จึงมีจำนวนไม่มาก เท่ากับว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงว่า ปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยจะอุทธรณ์นั้น ไม่มีข้อยุ่งยาก และเงินค่าธรรมเนียมที่จำเลยต้องวางศาลมีจำนวนไม่สูงดังที่จำเลยอ้างมาในคำร้อง อันเป็นการวินิจฉัยในข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า มีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลควรอนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาในทำนองโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แม้จะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของคดีที่คู่ความพิพาทกันก็ตาม เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คดีจึงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ว่า คดีของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ ๓ ของจำเลยว่า กรณีไม่มีเหตุผลอันสมควร ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้แสดงเหตุผลในการยกคำร้องนั้น เห็นว่า เมื่อคดีนี้ฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า กรณีของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อนี้อีกต่อไป พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. นายนิพันธ์ ช่วยสกุล ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อยาว นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์) ศาลแพ่ง - นายประทีป เหมือนเตย ศาลอุทธรณ์ - นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99813
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประทีป เหมือนเตย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051596"
    }
}
date
2545
deka_no
4360/2545
deka_running_no
4360
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัทคอร์มิกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล"
    },
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัทเค เอส เอส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าสินค้าสารผสมในคอนกรีตตามสัญญาซื้อขายเป็นเงินจำนวน ๗๕,๒๐๑ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๖๙,๕๕๐ บาท จำเลยให้การต่อสู้คดีขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาภายหลังจากโจทก์นำพยานเข้าสืบเสร็จสิ้นแล้ว ศาลชั้นต้นจึงให้นัดสืบพยานจำเลย ในวันนัดสืบพยานจำเลยทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอ้างว่า ทนายจำเลยและพยานจำเลยติดธุระมาศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลกำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยห่างจากวันนัดครั้งก่อนถึง ๔ เดือนเศษ ทนายจำเลยย่อมทราบดีอยู่แล้วว่าจะต้องเตรียมพยานใดมาเบิกความ แต่กลับอ้างว่าทั้งพยานจำเลยและทนายจำเลยติดธุระสำคัญกะทันหัน โดยมิได้ระบุว่าเป็นธุระใด เหตุผลตามคำร้องของทนายจำเลยเลื่อนลอยไม่น่าเชื่อถือ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะขออนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานจำเลยออกไป และมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๖๙,๕๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๐ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๔๑ ต้องไม่เกิน ๕,๖๕๑ บาท ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๔๒ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยรวม ๒ ครั้ง แต่ก่อนครบกำหนดที่จำเลยจะต้องยื่นอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์อีกเป็นครั้งที่ ๓ โดยอ้างเหตุว่า จำเลยได้ยื่นคำแถลงขอถ่ายสำเนาคำพิพากษาไว้และเพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ซึ่งคดีนี้มีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายจำนวนมาก ประกอบกับเงินค่าธรรมเนียมที่ต้องวางศาลในชั้นอุทธรณ์มีจำนวนสูง และจำเลยยังหาเงินดังกล่าวมาวางศาลไม่ได้ จึงต้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นไปอีก ๓๐ วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีเหตุผลอันสมควร ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและงดสืบพยานจำเลยกับคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์มิได้แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า คำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้แสดงเหตุผลเป็นที่เพียงพอต่อศาลว่า จำเลยมีปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเป็นจะต้องให้ศาลฎีกา (ที่ถูกศาลอุทธรณ์) เป็นผู้วินิจฉัย อีกทั้งคดีนี้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องและค่าฤชาธรรมเนียมจำนวนเงินสูงมาก จำเลยยังไม่สามารถหาเงิน (ค่าฤชาธรรมเนียม) มาวางศาลได้ทันนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนว่า คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้ามีทุนทรัพย์เพียง ๗๕,๒๐๑ บาท จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ส่งสินค้าล่าช้า ไม่ครบจำนวน ทั้งเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพและสินค้าบางส่วนชำรุดเสียหาย โจทก์นำพยานเข้าสืบปากเดียวส่วนจำเลยมิได้สืบพยาน ประเด็นแห่งคดีจึงไม่มีข้อยุ่งยากทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายถึงขนาดที่จำเลยไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ภายในระยะเวลาที่ศาลขยายให้ และคดีนี้มีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์เพียง ๗๕,๒๐๑ บาท เงินค่าธรรมเนียมที่ต้องวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์จึงมีจำนวนไม่มาก เท่ากับว่าศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงว่า ปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่จำเลยจะอุทธรณ์นั้น ไม่มีข้อยุ่งยาก และเงินค่าธรรมเนียมที่จำเลยต้องวางศาลมีจำนวนไม่สูงดังที่จำเลยอ้างมาในคำร้อง อันเป็นการวินิจฉัยในข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า มีพฤติการณ์พิเศษที่ศาลควรอนุญาตขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๓ หรือไม่ ที่จำเลยฎีกาในทำนองโต้แย้งดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ในการรับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง แม้จะเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นซึ่งไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของคดีที่คู่ความพิพาทกันก็ตาม เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คดีจึงฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ว่า คดีของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาข้อต่อมาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่ ๓ ของจำเลยว่า กรณีไม่มีเหตุผลอันสมควร ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะมิได้แสดงเหตุผลในการยกคำร้องนั้น เห็นว่า เมื่อคดีนี้ฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่า กรณีของจำเลยไม่มีพฤติการณ์พิเศษที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้อนี้อีกต่อไป

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่จำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.

นายนิพันธ์ ช่วยสกุล ผู้ช่วยฯ/ย่อสั้น

นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อยาว

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นางอัปษร หิรัญบูรณะ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000998.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545