คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2556 -ที่ 2557/2545 ฉบับเต็ม

#99825
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2556 - 2557/2545 นาย วิธาน เลาห์มีสุข กับพวก บริษัท มาจอเร็ตต์ (ประเทศไทย) จำกัด พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (1), มาตรา พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119 (1) มิได้ให้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ไว้ และมิได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต"ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (1) จึงต้องให้ความหมายคำว่า "ทุจริต" ตามพจนานุกรมคือ ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างรายเดือน ลักษณะการจ้างมิได้ถือเอาการทำงานในแต่ละวันเป็นเกณฑ์ในการจ่ายค่าจ้าง การที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในวันเกิดเหตุระหว่างเวลาทำงานเพียงชั่วขณะไม่ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับประโยชน์เพิ่ม แม้การกระทำของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงการทำงานไปบ้าง และเป็นผลให้จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างโดยไม่ได้รับประโยชน์จากการทำงานเป็นการตอบแทน ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองกระทำทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย โจทก์ทั้งสองไม่เคยถูกตักเตือนมาก่อน ทั้งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ก็มิได้ระบุว่า การละทิ้งหน้าที่หรือหลีกเลี่ยงการทำงานเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกรณีร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ทั้งสองไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๓๘,๗๐๐ บาท และ ๓๘,๕๒๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๒๕,๘๐๐ บาท และ ๑๒,๘๔๐ บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ๑๙๓,๕๐๐ บาท และ ๑๙๒,๖๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวน นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในเวลาทำงาน อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามเอกสารหมาย ล.๑ และมีนโยบายห้ามพนักงานเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ โจทก์ทั้งสองไม่เคยถูกตักเตือนด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือมาก่อน วันเกิดเหตุวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๔ โจทก์ทั้งสองเข้ากะทำงานระหว่างเวลา ๑๕ ถึง ๒๓ นาฬิกา วันดังกล่าวเวลาประมาณ ๒๒ นาฬิกา โจทก์ทั้งสองเข้าไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในห้องเทคนิคเชี่ยนในเวลาทำงาน เป็นการละทิ้งหน้าที่และใช้ทรัพย์สินของจำเลยเพื่อประโยชน์ของตนเอง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคำสั่งของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง กรณีจึงมีเหตุสมควรให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของนายจ้างดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรง หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดในค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน ๓๘,๗๐๐ บาท และ ๓๘,๕๒๐ บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๔) จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า_ _ _ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในห้องเทคนิคเชี่ยนระหว่างเวลาทำงานในวันเกิดเหตุเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างในกรณีลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้ความหมายคำว่า"ทุจริต" ไว้และมิได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑) จึงต้องใช้ความหมายคำว่า"ทุจริต" ตามพจนานุกรมคือ ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง โจทก์ทั้งสองไม่เคยถูกตักเตือนมาก่อน และโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างรายเดือน ลักษณะการจ้างมิได้ถือเอาการทำงานแต่ละวันเป็นเกณฑ์ในการจ่ายค่าจ้าง การที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในวันเกิดเหตุระหว่างเวลาทำงานเพียงชั่วขณะไม่ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับประโยชน์เพิ่ม แม้การกระทำของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงการทำงานไปบ้างและเป็นผลให้จำเลยต้องจ่างค่าจ้างโดยไม่ได้รับประโยชน์จากการทำงานเป็นการตอบแทน ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และกรณีไม่ปรากฏว่าเกิดความเสียหายแก่จำเลยหรือไม่เพียงใด ทั้งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.๑ ก็มิได้ระบุว่าการละทิ้งหน้าที่หรือหลีกเลี่ยงการทำงานเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกรณีร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน นายสมจิตร์ ทองศรี ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (จรัส พวงมณี-วีรพจน์ เพียรพิทักษ์-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแรงงานกลาง - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99825
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054632"
    }
}
date
2545
deka_no
2557/2545
deka_running_no
2557
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "วีรพจน์ เพียรพิทักษ์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "นาย วิธาน เลาห์มีสุข"
    },
    {
        "role": "จำกัด",
        "name": "บริษัท มาจอเร็ตต์ (ประเทศไทย)"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางรวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า โจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ทั้งสองไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าจึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์ทั้งสองเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงานได้ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ๓๘,๗๐๐ บาท และ ๓๘,๕๒๐ บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ๒๕,๘๐๐ บาท และ ๑๒,๘๔๐ บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ๑๙๓,๕๐๐ บาท และ ๑๙๒,๖๐๐ บาท ให้แก่โจทก์ที่ ๑ และที่ ๒ ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวน นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในเวลาทำงาน อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายและฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งสอง ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยมีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามเอกสารหมาย ล.๑ และมีนโยบายห้ามพนักงานเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ โจทก์ทั้งสองไม่เคยถูกตักเตือนด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือมาก่อน วันเกิดเหตุวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๔๔ โจทก์ทั้งสองเข้ากะทำงานระหว่างเวลา ๑๕ ถึง ๒๓ นาฬิกา วันดังกล่าวเวลาประมาณ ๒๒ นาฬิกา โจทก์ทั้งสองเข้าไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในห้องเทคนิคเชี่ยนในเวลาทำงาน เป็นการละทิ้งหน้าที่และใช้ทรัพย์สินของจำเลยเพื่อประโยชน์ของตนเอง อันเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและคำสั่งของจำเลยผู้เป็นนายจ้าง กรณีจึงมีเหตุสมควรให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง ถือไม่ได้ว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดในค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า แต่การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับและคำสั่งของนายจ้างดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีที่ร้ายแรง หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย จำเลยจึงต้องรับผิดในค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองจำนวน ๓๘,๗๐๐ บาท และ ๓๘,๕๒๐ บาท ตามลำดับ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๔) จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า_ _ _ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในห้องเทคนิคเชี่ยนระหว่างเวลาทำงานในวันเกิดเหตุเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย หรือฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกรณีร้ายแรงหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ มาตรา ๑๑๙ (๑) นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างในกรณีลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่โดยพระราชบัญญัติดังกล่าวมิได้ให้ความหมายคำว่า"ทุจริต" ไว้และมิได้ใช้คำว่า "โดยทุจริต" ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๑) จึงต้องใช้ความหมายคำว่า"ทุจริต" ตามพจนานุกรมคือ ความประพฤติชั่ว โกง ไม่ซื่อตรง โจทก์ทั้งสองไม่เคยถูกตักเตือนมาก่อน และโจทก์ทั้งสองเป็นลูกจ้างรายเดือน ลักษณะการจ้างมิได้ถือเอาการทำงานแต่ละวันเป็นเกณฑ์ในการจ่ายค่าจ้าง การที่โจทก์ทั้งสองละทิ้งหน้าที่ไปเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ในวันเกิดเหตุระหว่างเวลาทำงานเพียงชั่วขณะไม่ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับประโยชน์เพิ่ม แม้การกระทำของโจทก์ทั้งสองดังกล่าวเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงการทำงานไปบ้างและเป็นผลให้จำเลยต้องจ่างค่าจ้างโดยไม่ได้รับประโยชน์จากการทำงานเป็นการตอบแทน ก็ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย และกรณีไม่ปรากฏว่าเกิดความเสียหายแก่จำเลยหรือไม่เพียงใด ทั้งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยตามเอกสารหมาย ล.๑ ก็มิได้ระบุว่าการละทิ้งหน้าที่หรือหลีกเลี่ยงการทำงานเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีร้ายแรง จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ทั้งสองฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างกรณีร้ายแรง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสอง ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองสำนวนฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

นายสมจิตร์ ทองศรี ผู้ช่วยฯ

นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายไมตรี ศรีอรุณ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001024.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2556 -
year
2545