คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2545 ฉบับเต็ม

#99829
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2510/2545 นางนงเยาว์ ลินทมิตร กับพวก นางสาวมาดี ลินทมิตร กับพวก ป.พ.พ. มาตรา 1457 พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว มาตรา 6, มาตรา 7 ตาม พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว มาตรา 6 วรรคสอง คู่สมรสจะต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญในทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนและต่อหน้าพยานสองคนซึ่งต้องลงลายมือชื่อไว้ในทะเบียนในขณะนั้นด้วย แต่ตามทะเบียนการสมรสปรากฏว่ามีลายมือชื่อพยานเพียงคนเดียว จึงถือไม่ได้ว่าได้มีการลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานสองคน เป็นการมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด การจดทะเบียนสมรสจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ___________________________ ผู้ร้องที่ ๑ ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ ๑ เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายบุญอยู่ ลินทมิตร ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๙ โดยมิได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง และผู้ร้องที่ ๑ มิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ ๑ และต่อมาขอถอนคำร้องขอ ศาลชั้นต้นอนุญาต ผู้คัดค้านทั้งห้ายื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันว่า ผู้ร้องที่ ๑ มิใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเนื่องจากนายทะเบียนไม่ได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนการสมรส ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นบุตรผู้ตายกับนางตอง ลินทมิตร ผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นบุตรผู้ตายกับนางสว่าง แซ่มอ ผู้คัดค้านที่ ๓ และที่ ๔ เป็นบุตรผู้ตายกับนางจำลอง ห้วยหงษ์ทอง ผู้คัดค้านที่ ๕ เป็นบุตรผู้ตายกับนางสาวเกษแก้ว กิจโสภี ผู้ตายจดทะเบียนรับรองผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นบุตร และได้รับรองโดยพฤติการณ์ว่าผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ เป็นบุตร ผู้ตายยังมีบุตรที่เกิดจากภริยาอื่นอีกหลายคน ผู้ร้องที่ ๑ ยื่นคำร้องขอจัดการมรดกโดยปิดบังทายาท ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องขอและตั้งผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ นางจำลองและนางสาวเกษแก้วเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ ๑ และตั้งผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ นางจำลอง ห้วยหงษ์ทอง และนางสาวเกษแก้ว กิจโสภี ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น ผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๖ ได้บัญญัติถึงวิธีการและขั้นตอนการขอจดทะเบียนสมรสและการจดทะเบียนสมรสก่อนที่นายทะเบียนจะลงลายมือชื่อเป็นสำคัญในทะเบียนสมรสตามมาตรา ๗ โดยมาตรา ๖ วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียน ผู้ร้องต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญในทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนและต่อหน้าพยานสองคนซึ่งต้องลงลายมือชื่อไว้ในทะเบียนในขณะนั้นด้วย..." แต่ตามทะเบียนการสมรส ปรากฏว่ามีลายมือชื่อพยานเพียงคนเดียว จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยาน ๒ คน เมื่อผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด การจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายและกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนสมรสรายนี้ไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะเหตุนายทะเบียนมิได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนหรือไม่อีกต่อไป เพราะไม่มีผลต่อรูปคดี พิพากษายืน. นายจำแลง กุลเจริญ ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย) ศาลจังหวัดตราด - นายสมหมาย ปิยะพิสุทธิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางช่อฟ้า เกิดศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99829
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดตราด",
        "judge": "นายสมหมาย ปิยะพิสุทธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางช่อฟ้า เกิดศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054739"
    }
}
date
2545
deka_no
2510/2545
deka_running_no
2510
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1457"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จดทะเบียนครอบครัว",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "นางนงเยาว์ ลินทมิตร"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "นางสาวมาดี ลินทมิตร"
    }
]
long_text
ผู้ร้องที่ ๑ ยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องที่ ๑ เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของนายบุญอยู่ ลินทมิตร ซึ่งถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๓๙ โดยมิได้ทำพินัยกรรมหรือตั้งผู้จัดการมรดกไว้ การจัดการมรดกมีเหตุขัดข้อง และผู้ร้องที่ ๑ มิได้เป็นบุคคลต้องห้ามตามกฎหมาย ขอให้มีคำสั่งตั้งผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้ร้องที่ ๒ ยื่นคำร้องขอให้ตั้งผู้ร้องที่ ๒ เป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ ๑ และต่อมาขอถอนคำร้องขอ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ผู้คัดค้านทั้งห้ายื่นคำคัดค้านทำนองเดียวกันว่า ผู้ร้องที่ ๑ มิใช่ภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายเนื่องจากนายทะเบียนไม่ได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนการสมรส ผู้คัดค้านที่ ๑ เป็นบุตรผู้ตายกับนางตอง ลินทมิตร ผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นบุตรผู้ตายกับนางสว่าง แซ่มอ ผู้คัดค้านที่ ๓ และที่ ๔ เป็นบุตรผู้ตายกับนางจำลอง ห้วยหงษ์ทอง ผู้คัดค้านที่ ๕ เป็นบุตรผู้ตายกับนางสาวเกษแก้ว กิจโสภี ผู้ตายจดทะเบียนรับรองผู้คัดค้านที่ ๒ เป็นบุตร และได้รับรองโดยพฤติการณ์ว่าผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ เป็นบุตร ผู้ตายยังมีบุตรที่เกิดจากภริยาอื่นอีกหลายคน ผู้ร้องที่ ๑ ยื่นคำร้องขอจัดการมรดกโดยปิดบังทายาท ไม่เหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดก ขอให้ยกคำร้องขอและตั้งผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ นางจำลองและนางสาวเกษแก้วเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายหรือเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมกับผู้ร้องที่ ๑

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งยกคำร้องขอของผู้ร้องที่ ๑ และตั้งผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ นางจำลอง ห้วยหงษ์ทอง และนางสาวเกษแก้ว กิจโสภี ร่วมกันเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย

ผู้ร้องที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ร้องที่ ๑ เป็นผู้จัดการมรดกอีกคนหนึ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

ผู้คัดค้านที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจดทะเบียนครอบครัว พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๖ ได้บัญญัติถึงวิธีการและขั้นตอนการขอจดทะเบียนสมรสและการจดทะเบียนสมรสก่อนที่นายทะเบียนจะลงลายมือชื่อเป็นสำคัญในทะเบียนสมรสตามมาตรา ๗ โดยมาตรา ๖ วรรคสอง บัญญัติว่า "เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียน ผู้ร้องต้องลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญในทะเบียนต่อหน้านายทะเบียนและต่อหน้าพยานสองคนซึ่งต้องลงลายมือชื่อไว้ในทะเบียนในขณะนั้นด้วย..." แต่ตามทะเบียนการสมรส ปรากฏว่ามีลายมือชื่อพยานเพียงคนเดียว จึงถือไม่ได้ว่าผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายได้ลงลายมือชื่อต่อหน้าพยาน ๒ คน เมื่อผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายมิได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด การจดทะเบียนสมรสระหว่างผู้ร้องที่ ๑ กับผู้ตายจึงไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายและกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนสมรสรายนี้ไม่มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายเพราะเหตุนายทะเบียนมิได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนหรือไม่อีกต่อไป เพราะไม่มีผลต่อรูปคดี

พิพากษายืน.

นายจำแลง กุลเจริญ ผู้ช่วยฯ

นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายกีรติ กาญจนรินทร์ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001025.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545