คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2545 ฉบับเต็ม

#99833
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2511/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด นายณรงค์ เอกสกุลชัย ป.อ. มาตรา 33 ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225, มาตรา 227 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 102 แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกัน แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภทที่ 1 ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน แสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและแอมเฟตามีนแยกเป็น ข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว มีดคัทเตอร์ 4 เล่ม และไฟแช็กแก๊ส 6 อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อเสพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๖ ปี รวมจำคุก ๑๑ ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๗ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ ลงโทษจำคุก ๖ ปี คำรับของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า_ _ _ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่าวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้ในห้องพักของจำเลยพร้อมยึดเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก ๓ หลอด โดยบรรจุเต็มหลอด ๒ หลอด และบรรจุ ๑/๔ หลอด อีก ๑ หลอด รวมน้ำหนัก ๒.๖๑๐ กรัม เมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด และที่ผ่าครึ่ง ๔๘ ชิ้น รวมน้ำหนัก ๓.๕๕๐ กรัม และสิ่งของอื่น ๆ ตามบัญชีของกลางรายการที่ ๕ ถึงที่ ๑๓ เอกสารหมาย จ.๗ นำส่งพนักงานสอบสวนกล่าวหาจำเลยว่ากระทำความผิดคดีนี้ _ _ _ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกันก็ตาม แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ เหมือนกัน ทั้งร้อยตำรวจโท พ.และสิบตำรวจตรี ช.ตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน อันแสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน ไม่ใช่จำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองต่างกรรมต่างวาระกันแต่อย่างใด การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนแยกเป็นข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่มีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง มีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม และไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวและอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลางได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบมีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม ไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน และอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ผู้ช่วยฯ นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายเกษม ควรเจริญ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (พินิจ เพชรรุ่ง-โนรี จันทร์ทร-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) ศาลอาญา - นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99833
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายสิทธิชัย ลีลาโสภิต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054737"
    }
}
date
2545
deka_no
2511/2545
deka_running_no
2511
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "โนรี จันทร์ทร",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225",
            "ม. 227"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 102"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "สำนักงานอัยการสูงสุด",
        "name": "พนักงานอัยการ"
    },
    {
        "role": "เอกสกุลชัย",
        "name": "นายณรงค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗, ๘, ๑๕, ๖๖, ๖๗, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่ามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อเสพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำคุก ๖ ปี รวมจำคุก ๑๑ ปี คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๗ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓ ลงโทษจำคุก ๖ ปี คำรับของจำเลยในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๔ ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า_ _ _ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความมิได้โต้แย้งกันในชั้นนี้ฟังได้ว่าวันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้ในห้องพักของจำเลยพร้อมยึดเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติก ๓ หลอด โดยบรรจุเต็มหลอด ๒ หลอด และบรรจุ ๑/๔ หลอด อีก ๑ หลอด รวมน้ำหนัก ๒.๖๑๐ กรัม เมทแอมเฟตามีน ๑๓ เม็ด และที่ผ่าครึ่ง ๔๘ ชิ้น รวมน้ำหนัก ๓.๕๕๐ กรัม และสิ่งของอื่น ๆ ตามบัญชีของกลางรายการที่ ๕ ถึงที่ ๑๓ เอกสารหมาย จ.๗ นำส่งพนักงานสอบสวนกล่าวหาจำเลยว่ากระทำความผิดคดีนี้ _ _ _

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระกัน ไม่ใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาหรือไม่ เห็นว่า แม้เฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนจะเป็นยาเสพติดให้โทษคนละชนิดกันก็ตาม แต่ต่างเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท ๑ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ เหมือนกัน ทั้งร้อยตำรวจโท พ.และสิบตำรวจตรี ช.ตรวจค้นยึดเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนได้ในสถานที่และเวลาเดียวกัน อันแสดงว่าจำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วยกัน ไม่ใช่จำเลยมีเจตนามีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองต่างกรรมต่างวาระกันแต่อย่างใด การที่โจทก์บรรยายฟ้องการกระทำความผิดของจำเลยเกี่ยวกับเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนแยกเป็นข้อ ก และ ข้อ ข ก็ไม่อาจทำให้การกระทำความผิดของจำเลยแยกเป็นสองกรรมต่างกันแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยที่มีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเป็นความผิดกรรมเดียวนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง มีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม และไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน ของกลาง ข้อเท็จจริงไม่ได้ความว่าเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือวัตถุอื่นหรือทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเสพยาเสพติดให้โทษมาด้วย กรณีจึงไม่อาจริบของกลางดังกล่าวและอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลางได้ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๐๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓ ปัญหานี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา แต่เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบมีดคัทเตอร์ ๔ เล่ม ไฟแช็กแก๊ส ๖ อัน และอุปกรณ์สำหรับเสพเมทแอมเฟตามีน ๔ ชุด ของกลาง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ ผู้ช่วยฯ

นายเจษฎา ชุมเปีย ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายเกษม ควรเจริญ ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001025.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545