คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8887/2544 ฉบับเต็ม

#99834
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8887/2544 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทนิกส์ ศรียนต์ (2535) จำกัด ที่ 1 กับพวก ป.วิ.พ. มาตรา 177 โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้อื่นโดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้ จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันและจำนอง จำเลยที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 ยังมิได้เบิกเงินเกินวงเงินที่ตกลงไว้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 มิได้ผิดสัญญา แต่โจทก์ไม่ยอมให้จำเลยที่ 1 กู้เงินเพื่อชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลาให้แก่บุคคลภายนอก จึงให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ 1 และที่ 2 ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์ ดังนั้น ฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ.มาตรา 177 วรรคสาม ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้อื่นรวม ๑๘,๗๑๗,๒๓๔.๐๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันและจำนอง และจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กู้ยืมเงินจากโจทก์เป็นจำนวน ๘,๐๐๐,๐๐ บาท และได้ชำระคืนแก่โจทก์แล้วบางส่วน คงเหลือยอดค้างชำระเพียง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ จำเลยที่ ๑ ยังมิได้เบิกเงินเกินวงเงินที่ตกลงไว้กับโจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้ผิดสัญญาแต่โจทก์กลับไม่ยอมให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินเพื่อชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลารวมจำนวน ๑๒๕,๐๐๐ บาท ให้แก่นายแสวง อรุณเนตร ขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย ๑๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่นายแสวงแทนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งรับเฉพาะคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมจึงไม่รับ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งแก่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้อื่นโดยอ้างว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันและจำนอง จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โดยอ้างว่า จำเลยที่ ๑ ยังมิได้เบิกเงินเกินวงเงินที่ตกลงกันไว้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้ผิดสัญญา แต่โจทก์ไม่ยอมให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินเพื่อชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลารวมเป็นเงินจำนวน ๑๒๕,๐๐๐ บาท ให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์เพราะการที่จำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินไม่ชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลาเป็นเรื่องของจำเลยที่ ๑ ไม่เกี่ยวกับโจทก์ ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. นายตุล เมฆยงค์ ผู้ช่วยฯ นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ (เรวัตร อิศราภรณ์-ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางสาวจิราพร คกาทอง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวรงค์พร จิระภาค แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99834
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นางสาวจิราพร คกาทอง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวรงค์พร จิระภาค"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082059408"
    }
}
date
2544
deka_no
8887/2544
deka_running_no
8887
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "(มหาชน)",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด"
    },
    {
        "role": "กับพวก",
        "name": "บริษัทนิกส์ ศรียนต์ (2535) จำกัด ที่ 1"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้อื่นรวม ๑๘,๗๑๗,๒๓๔.๐๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ในฐานะที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันและจำนอง และจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ กู้ยืมเงินจากโจทก์เป็นจำนวน ๘,๐๐๐,๐๐ บาท และได้ชำระคืนแก่โจทก์แล้วบางส่วน คงเหลือยอดค้างชำระเพียง ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาทเศษ จำเลยที่ ๑ ยังมิได้เบิกเงินเกินวงเงินที่ตกลงไว้กับโจทก์ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้ผิดสัญญาแต่โจทก์กลับไม่ยอมให้จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินเพื่อชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลารวมจำนวน ๑๒๕,๐๐๐ บาท ให้แก่นายแสวง อรุณเนตร ขอให้ยกฟ้อง และขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าเสียหาย ๑๒๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่นายแสวงแทนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งรับเฉพาะคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมจึงไม่รับ

จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่เกี่ยวกับฟ้องแย้งแก่จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้เงินกู้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้อื่นโดยอ้างว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันและจำนอง จำเลยที่ ๓ เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยให้แก่บุคคลภายนอกแทนจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ โดยอ้างว่า จำเลยที่ ๑ ยังมิได้เบิกเงินเกินวงเงินที่ตกลงกันไว้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ มิได้ผิดสัญญา แต่โจทก์ไม่ยอมให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินเพื่อชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลารวมเป็นเงินจำนวน ๑๒๕,๐๐๐ บาท ให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับฟ้องโจทก์เพราะการที่จำเลยที่ ๑ ไม่มีเงินไม่ชำระค่าเช่าที่ดินและขุดบ่อเลี้ยงปลาเป็นเรื่องของจำเลยที่ ๑ ไม่เกี่ยวกับโจทก์ ดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ เป็นเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ที่ศาลล่างทั้งสองไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน โจทก์ไม่ได้แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.

นายตุล เมฆยงค์ ผู้ช่วยฯ

นางสาวสุดรัก สุขสว่าง ย่อ

นายไพโรจน์ โรจน์อภิรักษ์กุล ตรวจ

นายชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน ผู้ช่วยฯ/ตรวจ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001067.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544