คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2545 ฉบับเต็ม

#99868
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2545 บริษัทมารูเบนิ สตีล โพรเซ็สซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทเมทอลส์ เทรด (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 453, มาตรา 680 การซื้อขายสินค้าของจำเลยที่ 1 ตามใบแจ้งหนี้สำเร็จบริบูรณ์ก่อนเวลาที่จำเลยที่ 2 เข้ามาค้ำประกันแล้ว ดังนี้ แม้วันที่ครบกำหนดชำระราคาค่าสินค้าจะเป็นเวลาภายหลังวันที่ทำสัญญาค้ำประกันก็ตาม จำเลยที่ 2 ก็คงต้องรับผิดเฉพาะหนี้ค่าสินค้าตามใบแจ้งหนี้ที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่จำเลยที่ 2 เข้าค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ 1 พร้อมดอกเบี้ยเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อสินค้าจากโจทก์โดยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ ๒ มอบให้โจทก์เพื่อค้ำประกันครบกำหนดชำระเงินแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๑,๖๗๓,๐๑๐.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๒๘,๓๔๘.๓๑ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จเแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ ซื้อจากโจทก์ ในระหว่างวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ เท่านั้น จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ สั่งซื้อจากโจทก์นอกเหนือจากระยะเวลาดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๑,๖๗๓,๐๑๐.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๒๘,๓๔๘.๓๑ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทนเป็นเงินจำนวน ๕๐๗,๐๓๐.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชำระค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ สั่งซื้อจากโจทก์ก่อนวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๖ ด้วยหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันการชำระค่าสินค้าของจำเลยที่ ๑ ในขณะที่โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำการซื้อขายสินค้ากันแล้ว โดยสัญญาค้ำประกันไม่ได้ระบุว่าเป็นการประกันการซื้อขายกันเมื่อใด และการซื้อขายสินค้า ๔ ครั้งแรกนั้น มีเงื่อนไขชำระค่าสินค้าภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันส่งมอบสินค้าซึ่งวันครบกำหนดชำระค่าสินค้าทั้ง ๔ ครั้ง ยังอยู่ในช่วงเวลาที่จำเลยที่ ๒ ตกลงเป็นผู้ค้ำประกันต่อโจทก์นั้น เห็นว่า ก่อนที่จำเลยที่ ๒ จะทำสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๘ จำเลยที่ ๑ ได้ทำคำขอให้ออกหนังสือค้ำประกันไว้ตามเอกสารหมาย ล.๓ ซึ่งมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่า จำเลยที่ ๑ ขอให้จำเลยที่ ๒ ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์เพื่อค้ำประกันการทำสัญญาซื้อสินค้าประเภทโลหะแผ่นมีกำหนด ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ แล้วจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสาร จ.๘ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ โดยมีข้อความระบุไว้เพียงว่า จำเลยที่ ๒ ยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เป็นเงินไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จะไม่เพิกถอนการค้ำประกันในระหว่างเวลาที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญาจนถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ ไม่ได้มีข้อความใด ๆ ระบุไว้ให้ชัดเจนหรือเป็นความหมายว่า จำเลยที่ ๒ ยอมผูกพันค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ จึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ ตามคำขอของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวเท่านั้น การซื้อขายสินค้าตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๖ สำเร็จบริบูรณ์ก่อนเวลาที่จำเลยที่ ๒ เข้ามาค้ำประกันแล้ว แม้วันที่ครบกำหนดชำระค่าสินค้าจะเป็นเวลาภายหลังวันที่ทำสัญญาค้ำประกันก็ตาม ก็เป็นกรณีที่โจทก์ได้กำหนดระยะเวลาให้สินเชื่อแก่จำเลยที่ ๑ ชำระค่าสินค้าได้ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบสินค้าให้เท่านั้น ดังนั้น จำเลยที่ ๒ คงต้องรับผิดเฉพาะหนี้ค่าสินค้าตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๗ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่จำเลยที่ ๒ เข้าค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ พร้อมดอกเบี้ยในหนี้เงินดังกล่าว ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น... พิพากษายืน. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-อภิชาต สุขัคคานนท์-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์) ศาลแพ่ง - นายเกรียงไกร จรรยามั่น ศาลอุทธรณ์ - นางปดารณี ลัดพลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99868
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายเกรียงไกร จรรยามั่น"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางปดารณี ลัดพลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057096"
    }
}
date
2545
deka_no
795/2545
deka_running_no
795
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 453",
            "ม. 680"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทมารูเบนิ สตีล โพรเซ็สซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเมทอลส์ เทรด (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซื้อสินค้าจากโจทก์โดยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารจำเลยที่ ๒ มอบให้โจทก์เพื่อค้ำประกันครบกำหนดชำระเงินแล้วจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน ๑,๖๗๓,๐๑๐.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๒๘,๓๔๘.๓๑ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จเแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ ซื้อจากโจทก์ ในระหว่างวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ เท่านั้น จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดในหนี้ค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ สั่งซื้อจากโจทก์นอกเหนือจากระยะเวลาดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินจำนวน ๑,๖๗๓,๐๑๐.๒๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน ๑,๕๒๘,๓๔๘.๓๑ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระให้จำเลยที่ ๒ ชำระแทนเป็นเงินจำนวน ๕๐๗,๐๓๐.๒๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดชำระค่าสินค้าที่จำเลยที่ ๑ สั่งซื้อจากโจทก์ก่อนวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๖ ด้วยหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันการชำระค่าสินค้าของจำเลยที่ ๑ ในขณะที่โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ทำการซื้อขายสินค้ากันแล้ว โดยสัญญาค้ำประกันไม่ได้ระบุว่าเป็นการประกันการซื้อขายกันเมื่อใด และการซื้อขายสินค้า ๔ ครั้งแรกนั้น มีเงื่อนไขชำระค่าสินค้าภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันส่งมอบสินค้าซึ่งวันครบกำหนดชำระค่าสินค้าทั้ง ๔ ครั้ง ยังอยู่ในช่วงเวลาที่จำเลยที่ ๒ ตกลงเป็นผู้ค้ำประกันต่อโจทก์นั้น เห็นว่า ก่อนที่จำเลยที่ ๒ จะทำสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.๘ จำเลยที่ ๑ ได้ทำคำขอให้ออกหนังสือค้ำประกันไว้ตามเอกสารหมาย ล.๓ ซึ่งมีข้อความระบุไว้ชัดเจนว่า จำเลยที่ ๑ ขอให้จำเลยที่ ๒ ออกหนังสือค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์เพื่อค้ำประกันการทำสัญญาซื้อสินค้าประเภทโลหะแผ่นมีกำหนด ๑ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ แล้วจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาค้ำประกันตามเอกสาร จ.๘ เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ โดยมีข้อความระบุไว้เพียงว่า จำเลยที่ ๒ ยอมผูกพันตนเป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ ๑ เป็นเงินไม่เกิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ จะไม่เพิกถอนการค้ำประกันในระหว่างเวลาที่จำเลยที่ ๑ ต้องรับผิดชอบอยู่ตามเงื่อนไขในสัญญาจนถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ ไม่ได้มีข้อความใด ๆ ระบุไว้ให้ชัดเจนหรือเป็นความหมายว่า จำเลยที่ ๒ ยอมผูกพันค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ จึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ตกลงค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ ที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ถึงวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๔๐ ตามคำขอของจำเลยที่ ๑ ดังกล่าวเท่านั้น การซื้อขายสินค้าตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๖ สำเร็จบริบูรณ์ก่อนเวลาที่จำเลยที่ ๒ เข้ามาค้ำประกันแล้ว แม้วันที่ครบกำหนดชำระค่าสินค้าจะเป็นเวลาภายหลังวันที่ทำสัญญาค้ำประกันก็ตาม ก็เป็นกรณีที่โจทก์ได้กำหนดระยะเวลาให้สินเชื่อแก่จำเลยที่ ๑ ชำระค่าสินค้าได้ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่โจทก์ส่งมอบสินค้าให้เท่านั้น ดังนั้น จำเลยที่ ๒ คงต้องรับผิดเฉพาะหนี้ค่าสินค้าตามใบแจ้งหนี้เอกสารหมาย จ.๗ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากวันที่จำเลยที่ ๒ เข้าค้ำประกันการซื้อสินค้าของจำเลยที่ ๑ พร้อมดอกเบี้ยในหนี้เงินดังกล่าว ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น...

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001046.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545