คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5510/2545 ฉบับเต็ม

#99873
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5510/2545 นายนิทัศน์ สุวรรณวัฒนา โจทก์ นายบุญช่วย ศิริสาร จำเลย พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2518 มาตรา 5, มาตรา 26 โจทก์ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารภายหลังจากที่กฎกระทรวงกำหนดให้พื้นที่บริเวณที่ดินที่โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารเป็นเขตพื้นที่สีเขียวอ่อนสิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว จึงไม่มีกฎหมายใด ๆ กำหนดว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวอ่อนซึ่งห้ามเจ้าของที่ดินก่อสร้างอาคาร ฉะนั้นเมื่อโจทก์ยื่นคำขออนุญาตโดยถูกต้อง จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของโจทก์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ลงบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร หากจำเลยไม่อนุญาตให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ลงบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์บนที่ของโจทก์โฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวโจทก์ฎีกาว่า ที่ดินของโจทก์ที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ในขณะที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตไม่มีบทกฎหมายใดห้ามก่อสร้างไว้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะก่อสร้างอาคารได้ตามที่ขออนุญาต คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยแก้ฎีกาในปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า บริเวณที่โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น อยู่ในเขตที่ได้มีกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) กำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณากฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ที่กำหนดว่า "กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุห้าปี" ซึ่งตามหนังสือที่กรมการผังเมืองมีถึงโจทก์ระบุว่ากฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๗ และมีการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) และฉบับที่ ๒๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ขยายอายุการใช้บังคับกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกไปอีกฉบับละ ๑ ปี รวม ๒ ปี ซึ่งมีผลให้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) มีผลใช้บังคับถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ โจทก์ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ การยื่นคำขอของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการยื่นภายหลังจากที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว พื้นที่บริเวณที่ดินของโจทก์ที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารจึงไม่มีกฎหมายใด ๆ กำหนดว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวอ่อนซึ่งห้ามเจ้าของที่ดินก่อสร้างอาคาร หนังสือที่จำเลยแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารก็มิได้ระบุว่าที่ดินที่โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวอ่อน คงอ้างแต่เพียงว่าไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารได้ จะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีกฎกระทรวงใหม่ประกาศว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตพื้นที่ก่อสร้างอาคารได้เท่านั้น อันเป็นการยืนยันว่าในขณะที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารจนกระทั่งจำเลยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารตามที่โจทก์ขอ ไม่มีกฎหมายห้ามก่อสร้างอาคารบนที่ดินของโจทก์ ฉะนั้นโจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมมีสิทธิที่จะใช้สอยที่ดินของโจทก์ได้ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของโจทก์หากโจทก์ได้ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารโดยถูกต้อง? ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น. (วิชัย ชื่นชมพูนุท-อภิชาต สุขัคคานนท์-วิชัย วิสิทธวงศ์) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นางสาววาสนา บุญทรงสันติกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
99873
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นางสาววาสนา บุญทรงสันติกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049970"
    }
}
date
2545
deka_no
5510/2545
deka_running_no
5510
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์",
    "วิชัย วิสิทธวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2518",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายนิทัศน์ สุวรรณวัฒนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญช่วย ศิริสาร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ลงบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร หากจำเลยไม่อนุญาตให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์ลงบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีปกครองวินิจฉัยว่า? ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์บนที่ของโจทก์โฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ปัญหาดังกล่าวโจทก์ฎีกาว่า ที่ดินของโจทก์ที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ในขณะที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตไม่มีบทกฎหมายใดห้ามก่อสร้างไว้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะก่อสร้างอาคารได้ตามที่ขออนุญาต คำสั่งของจำเลยที่ไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยแก้ฎีกาในปัญหาที่โจทก์ฎีกาว่า บริเวณที่โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารนั้น อยู่ในเขตที่ได้มีกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) กำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียวอ่อน ซึ่งเป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อพิจารณากฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ที่กำหนดว่า "กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุห้าปี" ซึ่งตามหนังสือที่กรมการผังเมืองมีถึงโจทก์ระบุว่ากฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๗ และมีการประกาศใช้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๖๙ (พ.ศ. ๒๕๓๗) และฉบับที่ ๒๑๑ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ขยายอายุการใช้บังคับกฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) ออกไปอีกฉบับละ ๑ ปี รวม ๒ ปี ซึ่งมีผลให้กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) มีผลใช้บังคับถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๓๙ โจทก์ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารบนที่ดินโฉนดเลขที่ ๒๐๕๘๕ เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ การยื่นคำขอของโจทก์ดังกล่าวจึงเป็นการยื่นภายหลังจากที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๒) สิ้นผลบังคับใช้ไปแล้ว พื้นที่บริเวณที่ดินของโจทก์ที่ขออนุญาตก่อสร้างอาคารจึงไม่มีกฎหมายใด ๆ กำหนดว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวอ่อนซึ่งห้ามเจ้าของที่ดินก่อสร้างอาคาร หนังสือที่จำเลยแจ้งคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารก็มิได้ระบุว่าที่ดินที่โจทก์ขออนุญาตก่อสร้างอาคารตั้งอยู่ในเขตพื้นที่สีเขียวอ่อน คงอ้างแต่เพียงว่าไม่สามารถอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารได้ จะอนุญาตได้ต่อเมื่อมีกฎกระทรวงใหม่ประกาศว่าที่ดินของโจทก์อยู่ในเขตพื้นที่ก่อสร้างอาคารได้เท่านั้น อันเป็นการยืนยันว่าในขณะที่โจทก์ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารจนกระทั่งจำเลยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารตามที่โจทก์ขอ ไม่มีกฎหมายห้ามก่อสร้างอาคารบนที่ดินของโจทก์ ฉะนั้นโจทก์ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินย่อมมีสิทธิที่จะใช้สอยที่ดินของโจทก์ได้ จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของโจทก์หากโจทก์ได้ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างอาคารโดยถูกต้อง? ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000984.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545