ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
อนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ตีราคาประกันหกแสนบาท ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกัน ขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาทถ้วนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกัน ขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างฎีกา ตีราคาค่าประกันสองแสนบาทถ้วนให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้วจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยทราบโดยเร็ว
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้วจำเลยยังไม่ได้ยื่นฎีกา จึงไม่มีเหตุให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกาให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวให้จำเลยทราบโดยเร็ว
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องของจำเลยยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว ตามคำร้องของจำเลยยังไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ใช้ดุลพินิจชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสามทราบ
ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะปล่อยจำเลยทั้งสามชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสามทราบ
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 9 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 6 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์
คำสั่ง
พิเคราะห์ข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังไม่มีเหตุสมควรปล่อยชั่วคราวในระหว่างอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งไม่อนุญาตนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยได้เสนอบัญชีทรัพย์มาด้วยแล้ว
คำสั่ง
พิจารณาคำร้องของจำเลยแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยได้เสนอบัญชีทรัพย์มาด้วยแล้ว
คำสั่ง
พิจารณาคำร้องของจำเลยแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาแล้ว เห็นว่า ยังไม่สมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 2ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยขอใช้หลักประกันเดิม
คำสั่ง
พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาแล้ว เห็นว่า ยังไม่สมควรให้ปล่อยจำเลยที่ 2ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาด้วยแล้ว
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างฎีกา โดยผู้ประกันได้เสนอบัญชีทรัพย์มาด้วยแล้ว
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง จึงไม่มีเหตุสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยที่จำเลยยังมิได้ยื่นฎีกา ให้ยกคำร้อง
ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ขอให้ศาลฎีกาอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น
คำสั่ง
พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1 ยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นย่อมเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ทวิ จำเลยที่ 1 จะฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ต่อไปอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งฎีกาของจำเลยที่ 1ไปให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่งจึงไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ให้ยกคำร้องฎีกาคำสั่งขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 1