คำพิพากษา คำสั่งคำร้องและคำวินิจฉัยศาลฎีกา

ทั้งหมด 133,178 รายการ
คำวินิจฉัยที่ 25/2563
#681986
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545
พ.ร.ฎ.จัดตั้งสถาบันนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) พ.ศ.2549
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลแพ่ง
ผู้ร้อง — สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
ผู้คัดค้าน — สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักอนุญาโตตุลาการ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 24/2563
#644649
เปิดฉบับเต็ม

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๓ บัญญัตินิยาม "สัญญาทางปกครอง" หมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐและมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ องค์การคลังสินค้าโจทก์เป็นรัฐวิสาหกิจจัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ. ๒๔๙๘ ออกตามความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ เพื่อดำเนินกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์หรือเพื่อประโยชน์ในการเศรษฐกิจ หรือช่วยเหลือในการครองชีพหรืออำนวยบริการแก่ประชาชน มีวัตถุประสงค์ทำกิจการทั้งปวงเกี่ยวกับสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภค โจทก์จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สัญญาซื้อขายกุ้งพิพาทจึงเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง แต่เมื่อพิจารณาลักษณะและข้อกำหนดในสัญญา เป็นสัญญาที่โจทก์ตกลงขายกุ้งขาวแวนนาไมแช่แข็งชนิดหัว จำนวน ๔๘๙,๖๕๔.๗๐๐ กิโลกรัม เป็นเงิน ๖๘,๓๑๔,๘๒๐.๖๐ บาท ให้แก่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ผู้ประกอบกิจการค้าขายแช่แข็งและแช่เย็น เพื่อจำหน่ายในประเทศและนำส่งออกต่างประเทศ แม้สัญญาซื้อขายดังกล่าวจะเป็นไปเพื่อระบายสินค้าที่โจทก์รับจำนำจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งตามโครงการแทรกแซงตลาดกุ้ง ปี ๒๕๔๘/๔๙ แต่ก็มิใช่สัญญารับจำนำกุ้งจากเกษตรกร อันจะถือเป็นมาตรการของรัฐในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งโดยการพยุงราคากุ้งตามกลไกของตลาดปกติ แต่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายเพื่อการพาณิชย์และหวังผลกำไรในการประกอบธุรกิจเช่นเดียวกับสัญญาซื้อขายในทางแพ่งทั่วไป ทั้งข้อกำหนดของสัญญาดังกล่าวไม่มีลักษณะพิเศษที่แสดงถึงเอกสิทธิ์ของรัฐ อันจะแสดงให้เห็นว่าเป็นข้อแตกต่างจากสัญญาทางแพ่ง ประกอบกับสัญญาซื้อขายดังกล่าวไม่มีลักษณะเป็นสัญญาประเภทหนึ่งประเภทใดตามบทนิยามของสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ สัญญาซื้อขายกุ้ง ปี ๒๕๔๘/๔๙ ตามสัญญาเลขที่ คชก.กข. (ซข.) ๐๑/๒๕๔๙ จึงไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ข้อพิพาทในคดีนี้จึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน แต่เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ส่วนสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เป็นการค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายกุ้ง ปี ๒๕๔๘/๔๙ ตามสัญญาเลขที่ คชก.กข. (ซข.) ๐๑/๒๕๔๙ ซึ่งเป็นสัญญาหลัก เมื่อข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาหลักอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาค้ำประกันซึ่งเป็นสัญญาอุปกรณ์ จึงอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ.2496
พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — องค์การคลังสินค้า
จำเลย — บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม
2 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 24/2563
#681985
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ.2496
พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การคลังสินค้า พ.ศ.2498
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลจังหวัดสมุทรสาคร
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — องค์การคลังสินค้า
จำเลย — บริษัทไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ 1 กับพวกรวม
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำสั่งคำร้องที่ 23/2563
#681949
เปิดฉบับเต็ม
ชื่อคู่ความ
โจทก์ — กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
จำเลย — นายสอาด ซาฟีอี
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
ชื่อองค์คณะ
แก้ว เวศอุไร
ธีระพงศ์ จิระภาค
ธงชัย เสนามนตรี
แหล่งที่มา
คำร้องขออนุญาตฎีกา
คำวินิจฉัยที่ 23/2563
#644648
เปิดฉบับเต็ม

โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้อง บริษัทเจ็มมินาย ทรานสปอร์ต แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่ ๑ นาย ส. ที่ ๒ บริษัท อ. จำกัด ที่ ๓ จำเลย และศาลเรียกบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดี กรณีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายสินค้าจำพวกบัตรอาร์เอฟไอดีการ์ด บัตรสมาร์ทการ์ด บัตรพีวีซี พร้อมด้วยการพิมพ์สี่สี และการพิมพ์ภาพสามมิติ (Hologram) ที่พิพาทเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) บัญญัติให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง และมาตรา ๓ บัญญัติให้สัญญาทางปกครอง หมายความรวมถึง สัญญาที่คู่สัญญาอย่างน้อยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองหรือเป็นบุคคลซึ่งกระทำการแทนรัฐ และมีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภคหรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ... คดีนี้ แม้ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำสั่งเรียกบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นจำเลยร่วมในคดี และจำเลยร่วมเคยเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการท่าอากาศยานไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.๒๕๔๒ ก็ตาม แต่ต่อมาได้ผ่านการแปลงสภาพตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจให้กลายมาเป็นบริษัทมหาชนจำกัด จำเลยร่วมจึงมิได้เป็นรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติอีกต่อไป จำเลยร่วมจะเป็นหน่วยงานทางปกครองได้ก็ต่อเมื่อจำเลยร่วมได้กระทำกิจการบางอย่างตามที่กฎหมายมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือการดำเนินกิจการทางปกครองเท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้สัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นเอกชนกับเอกชนด้วยกัน แม้จำเลยทั้งสามร่วมกันสั่งซื้อสินค้าจากโจทก์หลายรายการเพื่อนำไปใช้ในกิจการรับจ้างบริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของจำเลยร่วม แต่สัญญาพิพาทเป็นสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกันมีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายทางแพ่งทั่วไปและเป็นสัญญาที่แยกเป็นเอกเทศ ไม่ใช่สัญญาอุปกรณ์ของสัญญาระหว่างจำเลยทั้งสามกับจำเลยร่วม ดังนั้น สัญญาซื้อขายที่พิพาทจึงไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีพิพาทตามสัญญาดังกล่าวจึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์เป็นการปฏิบัติผิดสัญญาทางแพ่ง สัญญาพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ จึงเป็นสัญญาทางแพ่ง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พ.ร.บ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — บริษัทสมาร์ท ไอเดนทิฟาย จำกัด
จำเลย — บริษัท เจ็มมินาย ทรานสปอร์ต
แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 23/2563
#681984
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พ.ร.บ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — บริษัทสมาร์ท ไอเดนทิฟาย จำกัด
จำเลย — บริษัท เจ็มมินาย ทรานสปอร์ต
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำสั่งคำร้องที่ 22/2563
#644698
เปิดฉบับเต็ม
ชื่อคู่ความ
โจทก์ — บริษัทเพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน)
จำเลย — กรมสรรพากร
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
ชื่อองค์คณะ
ประสิทธิ์ สนามชวด
ประทีป ดุลพินิจธรรมา
อธิป จิตต์สำเริง
แหล่งที่มา
คำร้องขออนุญาตฎีกา
คำวินิจฉัยที่ 22/2563
#644647
เปิดฉบับเต็ม

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องโรงเรียนวัดบ้านไร่ จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และจำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันว่า จำเลยที่ ๑ ทำสัญญาจ้างจำเลยที่ ๒ ให้ก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.๑๐๕/๒๙ ๒ ชั้น ๔ ห้องเรียน ใต้ถุนโล่ง โดยจำเลยที่ ๒ ทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิโครงการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างแทนจำเลยที่ ๒ โดยโจทก์ชำระเงินค่าโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๓ มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ทราบ จำเลยที่ ๑ ทราบการโอนสิทธิและตกลงให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างแทนจำเลยที่ ๒ โจทก์วางเงินประกันไว้กับจำเลยที่ ๑ เมื่อโจทก์ก่อสร้างและส่งมอบงานให้จำเลยที่ ๑ ตามกำหนดจนการก่อสร้างแล้วเสร็จ จำเลยทั้งสี่เพิกเฉ ไม่ชำระเงินค่าจ้างให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ย และคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ เห็นว่า คดีนี้ แม้โจทก์จะมิใช่คู่สัญญาโดยตรงตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเรียนระหว่างจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นคู่สัญญา แต่โจทก์อ้างว่า จำเลยที่ ๒ ได้ทำบันทึกข้อตกลงโอนสิทธิโครงการก่อสร้างอาคารเรียนตามสัญญาดังกล่าวให้โจทก์ โดยข้อตกลงกำหนดให้โจทก์เป็นผู้ก่อสร้างและรับผิดชอบในการก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนปิดโครงการ โดยจำเลย ที่ ๒ มีหนังสือแจ้งการโอนสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ ๑ ทราบแล้ว ทั้งโจทก์ได้วางเงินประกันการปฏิบัติตามสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเรียนให้แก่จำเลยที่ ๑ ด้วย และได้ก่อสร้างอาคารจนแล้วเสร็จ แต่จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระเงินให้โจทก์ กรณีจึงเป็นข้อพิพาทกันเกี่ยวด้วยสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารเรียนแบบ สปช.๑๐๕/๒๙ ๒ ชั้น ๔ ห้องเรียน ใต้ถุนโล่ง ระหว่างโจทก์ จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนพิพาทมีฐานะเป็นหน่วยงานทางปกครอง ส่วนจำเลยที่ ๒ และโจทก์ ผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างเป็นเอกชน และสัญญาก่อสร้างอาคารเรียนเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลจังหวัดราชบุรี
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองเพชรบุรี
โจทก์ — บริษัท ว.มานี การช่าง จำกัด
จำเลย — โรงเรียนวัดบ้านไร่ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 22/2563
#681983
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลจังหวัดราชบุรี
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองเพชรบุรี
โจทก์ — บริษัท ว.มานี การช่าง จำกัด
จำเลย — โรงเรียนวัดบ้านไร่ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21/2563
#643756
เปิดฉบับเต็ม
ชื่อคู่ความ
โจทก์ — พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว
จำเลย — นาย วิกาล ทุมทอง กับพวกรวม 2 คน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
ศาลจังหวัดสระแก้ว -
-
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
คำวินิจฉัยที่ 21/2563
#644646
เปิดฉบับเต็ม

คดีที่การท่าเรือแห่งประเทศไทย โจทก์ ยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ซึ่งเป็นเอกชน ขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ ชำระค่าเสียหายและค่าปรับรายวัน กับให้จำเลยที่ ๑ และบริวารออกจากพื้นที่เช่าพร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินออกจากพื้นที่เช่า เนื่องจากจำเลยที่ ๑ ไม่จ่ายค่าเช่าพื้นที่ตามอัตราค่าเช่าที่ดินใหม่ที่โจทก์ประกาศ โจทก์จึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่และให้ จำเลยที่ ๑ ขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากพื้นที่เช่าและส่งมอบพื้นที่เช่าคืน แต่จำเลยที่ ๑ เพิกเฉย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต่อมาศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ เนื่องจากได้รับชำระค่าเสียหายแล้ว เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นหน่วยงานทางปกครอง และมีวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อจัดดำเนินการและนำมาซึ่งความเจริญของกิจการท่าเรือเพื่อประโยชน์แห่งรัฐและประชาชน อันเป็นการจัดทำบริการสาธารณะซึ่งเป็นภารกิจหลักของโจทก์ แต่สัญญาเช่าพื้นที่ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ มีสาระสำคัญเป็นการให้จำเลยที่ ๑ ได้ประโยชน์จากการใช้ที่ดินที่เช่าเป็นที่จอดรถบรรทุกสินค้าของจำเลยที่ ๑ เพื่อประโยชน์ในกิจการของจำเลยที่ ๑ โดยตรง โดยโจทก์ได้ค่าเช่าเป็นผลประโยชน์ตอบแทนเท่านั้น มิได้มีลักษณะเป็นสัญญาสัมปทาน สัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ หรือจัดให้มีสิ่งสาธารณูปโภค หรือแสวงประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และมิใช่สัญญาที่โจทก์มอบให้จำเลยที่ ๑ เข้าดำเนินการบริการสาธารณะโดยตรงหรือเข้าร่วมดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะกับโจทก์ อันจะถือว่าเป็นสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ และแม้จะมีข้อสัญญาที่กำหนดให้โจทก์บอกเลิกสัญญาได้ก่อนครบกำหนดโดยไม่ต้องรับผิด หรือกำหนดให้จำเลยที่ ๑ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และประกาศของโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเช่าพื้นที่ ก็พบได้ทั่ว ๆ ไปในสัญญาทางแพ่งที่หน่วยงานของรัฐทำกับเอกชน สัญญาเช่าพื้นที่พิพาทจึงไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ แต่เป็นสัญญาทางแพ่งที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งพระโขนง
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — การท่าเรือแห่งประเทศไทย
จำเลย — บริษัทหทัยรัตน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ที่ 1
กับพวกรวม 2 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 21/2563
#681982
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งพระโขนง
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — การท่าเรือแห่งประเทศไทย
จำเลย — บริษัทหทัยรัตน์ ทรานสปอร์ต จำกัด ที่ 1
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 20/2563
#644645
เปิดฉบับเต็ม

คดีที่โจทก์เป็นเอกชนยื่นฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ซึ่งเป็นเอกชนด้วยกันและบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จำเลยร่วม ว่ากิจการร่วมค้า ฯ ตกลงเช่ารถยนต์จากโจทก์เพื่อนำไปใช้ในการบริหารจัดการด้านการขนส่งสำหรับธุรการทั่วไป ภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แต่เมื่อถึงกำหนดชำระค่าเช่า กิจการร่วมค้า ฯ ตัวแทนจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ไม่ชำระค่าเช่าและบอกเลิกสัญญาเช่ารถยนต์ โดยอ้างว่าจำเลยร่วมได้บอกเลิกสัญญาจ้างผู้บริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สัญญาหลัก) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้สัญญาเช่ารถยนต์ต้องสิ้นสุดลง ขอให้จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวนพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ กรณีจึงเป็นสัญญาระหว่างเอกชนกับเอกชนที่มุ่งประสงค์ให้ผู้เช่าต้องดูแลบำรุงรถยนต์ที่ให้เช่าเพื่อให้อยู่ในสภาพดี สามารถใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยผู้ให้เช่าได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเป็นค่าเช่าจากผู้เช่า สัญญาพิพาทเป็นสัญญาทางแพ่ง ไม่ใช่สัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีพิพาทตามสัญญาดังกล่าวจึงมิใช่คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่าจำเลยในคดีนี้ได้ยื่นฟ้องจำเลยร่วมต่อศาลปกครองกลาง ขอให้จำเลยร่วมชำระค่าเสียหายจากการบอกเลิกสัญญาจ้างผู้บริหารและจัดการด้านการขนส่งสินค้าภายในเขตปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สัญญาหลัก) โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย โดยคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลางก็ตาม แต่ประเด็นแห่งคดีนี้เป็นการฟ้องให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่ารถยนต์อันเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามสัญญาระหว่างโจทก์ผู้ให้เช่ากับจำเลยทั้งสามผู้เช่าซึ่งเป็นเอกชนเท่านั้น อันเป็นคนละประเด็นกับคดีดังกล่าวของศาลปกครอง คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พ.ร.บ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — บริษัทโตโยต้า (พารา) รถเช่า จำกัด
จำเลย — บริษัทเจ็มมินาย ทรานสปอร์ต แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด
ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 20/2563
#681981
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
พ.ร.บ.การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พ.ศ.2522
พ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลแพ่งกรุงเทพใต้
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลปกครองกลาง
โจทก์ — บริษัทโตโยต้า (พารา) รถเช่า จำกัด
จำเลย — บริษัทเจ็มมินาย ทรานสปอร์ต แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 19/2563
#644644
เปิดฉบับเต็ม

คดีที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองเป็นเอกชนยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดระนอง ที่ ๑ อธิบดีกรมที่ดิน ที่ ๒ ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองเป็นผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณริมคลองจวนผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง โดยปลูกบ้านพักอาศัยในที่ดินบริเวณดังกล่าวต่อเนื่องกันมารวมระยะเวลา ๕๐ ปี โดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน แต่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองรื้อถอนอาคารออกจากที่ดินบริเวณดังกล่าว และผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ มีประกาศแจกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง กำหนดให้ที่ดินที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองครอบครองเป็นที่สาธารณประโยชน์ คำสั่งให้รื้อถอนอาคารและประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในบริเวณดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ และที่ ๒ ให้การทำนองเดียวกันว่า เทศบาลเมืองระนองขอรังวัดออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในที่ดินสาธารณประโยชน์หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเพื่อแสดงแนวเขตที่ตั้งในเขตเทศบาลเมืองระนอง จากการสอบสวนปรากฏว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงได้ เห็นว่า แม้คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองจะมีคำขอให้เพิกถอนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ที่ทับซ้อนกับที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสอง แต่เหตุแห่งการขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองอ้างว่าผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทและหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงออกทับที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสอง จึงมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองหรือเป็นที่ดินของรัฐ ดังนั้น เมื่อพิจารณาความมุ่งหมายของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองในการใช้สิทธิทางศาล ก็เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษารับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสอง กรณีจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิในที่ดิน แม้ผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองจะตั้งรูปเรื่องในการฟ้องคดีโดยมีคำขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองเพิกถอนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) บนที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสอง ก็เป็นเพียงผลของการวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินพิพาทว่าเป็นที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสิบสองหรือที่สาธารณประโยชน์ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ป.ที่ดิน
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลปกครองภูเก็ต
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลจังหวัดระนอง
ผู้ฟ้องคดี — นายเสถียร ตระกูลศรี ที่ 1 กับพวกรวม 12 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี — สำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 19/2563
#681980
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.พ.พ.
ป.ที่ดิน
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลปกครองภูเก็ต
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลจังหวัดระนอง
ผู้ฟ้องคดี — นายเสถียร ตระกูลศรี ที่ 1 กับพวกรวม 12 คน
ผู้ถูกฟ้องคดี — สำนักงานที่ดินจังหวัดระนอง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำสั่งคำร้องที่ 18/2563
#681897
เปิดฉบับเต็ม
ชื่อคู่ความ
โจทก์ — นางพเยาว์ ชุมแสง
จำเลย — นางจี สุจิต กับพวก
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
ชื่อองค์คณะ
ประสิทธิ์ สนามชวด
ประทีป ดุลพินิจธรรมา
อุดม สิทธิวิรัชธรรม
แหล่งที่มา
คำร้องขออนุญาตฎีกา
คำวินิจฉัยที่ 18/2563
#644643
เปิดฉบับเต็ม

คดีที่เอกชนผู้ฟ้องคดีซึ่งไม่ใช่เจ้าของโฉนดที่ดินยื่นฟ้องเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจหน้าที่ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายที่ดิน ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินโฉนดที่ดินซึ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์ที่ผู้ฟ้องคดีและประชาชนใช้สัญจรมาให้แก่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินพิพาท กรณีจึงเป็นการฟ้องขอให้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของการกระทำทางปกครองที่มีการนำที่ดินของรัฐไปขายให้แก่เอกชน จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๑) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ คดีนี้จึงเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง

กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.ที่ดิน
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลแพ่งพระโขนง
ผู้ฟ้องคดี — นางมาลัย คงเทียน
ผู้ถูกฟ้องคดี — เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาประเวศ
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำวินิจฉัยที่ 18/2563
#681979
เปิดฉบับเต็ม
กฎหมายและมาตราที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542
ป.ที่ดิน
ป.พ.พ.
ชื่อคู่ความ
ศาลผู้ส่งความเห็น — ศาลปกครองกลาง
ศาลผู้รับความเห็น — ศาลแพ่งพระโขนง
ผู้ฟ้องคดี — นางมาลัย คงเทียน
ผู้ถูกฟ้องคดี — เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาประเวศ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
-
-
แหล่งที่มา
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 17/2563
#644275
เปิดฉบับเต็ม
ชื่อคู่ความ
โจทก์ — บริษัท นาคากาว่า อี เอส เอ จำกัด
จำเลย — บริษัท เอส เอ เอส ไฟน์ อิมพอร์ต จำกัด กับพวกรวม 2 คน
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ตัดสิน
ศาลแพ่งพระโขนง -
-
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา